ควายธนู (อาวุธคู่กายผู้มีวิชาอาคม)

ควายธนู และ วัวธนู


            วิชาธนู เป็นอุปเวทหนึ่งในพระเวท เรียกว่า ธนุรเวท หรือ ธนุรวิทยา ถือเป็นอุปเวทหรือพระเวทรองในคัมภีร์ยชุรเวท ว่าด้วยการยิงธนูและศาสตราวุธ อาวุธ การต่อสู้ เชิงสงคราม ทั้งวิชาธนูรเวท ธนูมือ เป็นต้น

            ควายธนู เป็นวิชาไสยศาสตร์ที่เกิดมาจากอุปเวทที่ชื่อว่า ธนุรเวท หลอมรวมเข้ากับสัตว์ ทั้งโคกระบือ ถ้าใช้วัวก็จะเรียกว่า วัวธนู ถ้าใช้ควายก็จะเรียกว่า ควายธนู ซึ่งสะท้อนให้เห็นสังคมเกษตรกรรมและปศุสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์ไว้ใช้งานทั้งวัวทั้งควาย ซึ่งวิชาเหล่านี้มาจากวิชาหุ่นพยนต์ทั้งหมด ด้วยการผูกหุ่นพยนต์ขึ้นมาเป็นตัวควายหรือตัวสัตว์อะไรก็ได้ตามต้องการ ควายชนิดนี้จะเป็นผีเป็นวิญญาณ ตามตำนานการเกิดควายธนู ควายธนูในยุคเริ่มแรกนั้นเป็นไม้ไผ่สานเป็นโครงตัวควาย แล้วเสเป่ามนต์คาถากลายเป็นควายธนู ยุคต่อมาสร้างจากลูกธนู ด้วยการนำเอาคันธนูและลูกธนูมาเสกเป่าคาถากลายเป็นควายที่วิ่งเร็วเหมือนธนู ควายที่มีเขาโค้งดุจคันศร จึงเรียกว่า ควายธนู ในยุคล่าสุดควายธนูถูกสร้างด้วยการปั้นหรือหล่อ อาจจะมีการแกะสลัก ทำจากวัสดุต่างๆกันตามความชอบและการใช้งาน ปั้นด้วยดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้ง ไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า
,เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น เอามาหลอมรวมกันหล่อเป็นรูปควาย บางสำนักใช้โครงเป็นไม้ไผ่แล้วพอกด้วยครั่งที่ได้จากต้นพุททรา เมื่อทำสำเร็จแล้วต้องปลุกเสกตามพิธีกรรม แล้วเลี้ยงไว้ให้ดี ต้องหาหญ้าและน้ำเลี้ยงเสมอ เชื่อว่าสามารถใช้ให้เฝ้าบ้านหรือไร่นา ใช้งานได้ตามความประสงค์ ทั้งป้องกันภูตผีและโจรผู้ร้าย และสามารถสั่งให้ไปสังหารคู่อริได้อีกด้วย

            ความเชื่อเรื่องควายธนูมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย บางท้องถิ่นเชื่อว่าผู้เลี้ยงต้องดูแลอย่างดีหมั่นให้อาหารและปล่อยออกไปท่องเที่ยว จะประมาทหลงลืมไม่ได้ ไม่เช่นนั้นควายธนูจะหวนมาทำร้ายเจ้าของเสียเอง แต่บางแห่งก็ถือเป็นเสมือนเครื่องรางธรรมดาสำหรับใช้พกพาติดตัว การสานวัวหรือควายธนูที่ทำจากไม้ไผ่นั้นมีแบบมาจากสายพ่อค้า การทำธนูมือแต่วัวหรือควายธนูนี้จะแรงมากก็คือการปราบเสือเย็น(เสือสมิง)และยังใช้ทำน้ำมนต์ประพรมสิ่งของขายดีต่างๆนาเพราะแบบนี้จึงเป็นสายพ่อค้าแต่แบบไหนก็ใช้ได้เหมือนกัน อาจต่างที่รูปมวลสารอาจเป็นผงเป็นโลหะไม้ไผ่แล้วแต่เจตนาของผู้สร้าง

วัตถุที่ใช้ควายธนู  แต่ละชนิดออกไปดังนี้

         1. ควายทอง  สร้างขึ้นด้วยโลหะอาถรรพณ์  มีตะปูตรึงโลงศพ  เหล็กขนัน  ผีตายท้องกลม  งั่ง ตัวยาซัดทองชนิดหนึ่ง  ทองแดงเถื่อน  ดีบุก  ทองขวานฟ้า  เงินปากผี  ทองยอดนพศูนย์  นำมาหล่อหลอมเข้าด้วยกัน  แล้วลงอักขระตามตำราที่ใช้บังคับ  หรือหล่อเป็นโคถึกหรือกระทิงโทน

         2. ควายขี้ผึ้ง  ท่านให้ใช้ขี้ผึ้งปิดหน้าผีตายโหง  ผีตายท้องกลม  ผสมด้วยผมผีตายพราย ผมผีตายลอยน้ำ  ตานกกรด  ตาแร้ง  ตาชะมด  กำลังวัวเถลิง  เผาไฟให้ไหม้บดเป็นผง  ผสมกับเถ้ากองฟอนเจ็ดป่าช้าแล้วนำไปคลุกกับขี้ผึ้งปั้นเป็นรูปวัวหรือควายก็ได้ เสกด้วยอาการ  32  บางตำราเพิ่มคนเลี้ยงอีก 1 คน

         3. ควายไม้ไผ่  ใช้ชั่วคราวในเวลาฉุกเฉิน  ให้ใช้ไม้ไผ่ที่ขึ้นคร่อมทาง  กลั้นหายใจตัดด้วย นะโม ตัสสะ  กะทีเดียวให้ขาดจากกัน  นำมาสานเป็นรูปหัววัว  คล้ายเฉลวปักหม้อยาแผนโบราณ


         ควายดิน ทำจากดินปั้น ดินเจ็ดป้าช้า ดินปากหลุมศพ ดินใต้โลงศพ ขี้เถ้ากระดูผีตายโหงตายพราย ดินเจ็ดบ่อนดินเจ็ดตลาด นำมาปั้น หรือจะนำไปเผาแบบเครื่องปั้นดินเผา

ยันต์ที่ใช้ลงกำกับบนควายธนู
อุณาโลม สูรย์ จันทร์ องการ ลงหน้าผากควายธนู


ยันต์พุฒซ้อน นะโมพุทธายะ ลงข้างลำตัวควายธนู


นะมะพะทะ ลงขาทั้ง 4 ของควายธนู

                            ลงไว้ขาหน้า (ซ๊าย-ขวา)                 ลงไว้ขาหลัง (ซ๊าย-ขวา)
นะปถมัง 4 นะ จาก 14 นะ ลงข้างขาควายธนู

กำกับขาหน้าว่า พุทธะสังมิ

กำกับขาหลังว่า นะชาลิติ


                                    คาถาควายธนู
            โอมปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย
เชิญพระอีศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา
เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง
เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง
เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า
เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ

                                    คาถางัวธนูหิน
โอมโคโณ มหาโคโณ
 หน้าพื้นฟ้า หน้าแผ่นดิน 
มาทางน้ำ กรูจักกิน
  มาทางดิน กรูจักฆ่า
มาทางฟ้า กรูจักขวิด ขวิด พ่อ ขวิด  จิตดั่งสายไฟฟ้า
ฟาดแม่ธรณี
 เจ้าอธิการเจ้าจำข้า มาไล่ผี
ผีอยุ่พอผี คนอยู่พอคน โอมสวาหะเถ็ก

                        คาถางัวธนูขี้เผิ้ง
โอม โคโณ มหาโคโณ
  โอม เสโส มหาเสโส 
โอมสัตตะ สัตตะ สวาหะ
 โอม เสเสยนา สวาหาย
ฟังเนอ มรึงเปนใหญ่กว่าช้าง ตัวอาจอ้าง ทังหลาย 
ปู่มังราย ตัวก่างัวก่าควายดาฆ่า

ตัวก่าช้างก่าม้าดาชน ชน..อ้ายชน..ชน

                        คาถางัวธนูชน
โอม โคโณ มหาโคโณ
  งัวถึกหลวง
กรูมีเก้าพันหนอก
  สายหอก กรูมีเก้าพันวา
ผีสังมาทางหลัง หื้อมรึงไล่ฆ่า
ผีสังมาทางหน้า หื้อมรึงไล่ชน
เอ้า….ชนเจ้าธนู…..ชน! 

โองการวัวธนู
            อมโคโน งัวทะนู ผู้หน้ายาว กว้างศอก ตาปอก ฮอบเขาเสมน กูผาบสาม แผ่นฟ้าก็ตก กูผาบหก แผ่นฟ้าก็อ่อนค้อมมา สู่สมพานกูทั้งค่าย บ่อทำฮ้ายแก่กูสู ชาวเมืองบนแลลุ่มฟ้า ถ้วนหน้าให้มาถวาย ตัวกูมาก บ่อให้ยาก หมู่ทาสาทาสี ให้กูมีไซทุกค่ำซ้าว ให้กูได้เป็นเจ้า ไผจักเจ้าให้มาโลมเลี้ยงกู ให้อ่อนอ่อนฮ้อยท่อนท้าวมาถวายกูยียาบ
            กูจักผาบแพ้สับพะหมู่ศัตรู งัวทะนูเป็นวัสสุโพลาด อาจพาบแพ้เท่าซึงซม ภูอมกูจะให้นก นกก็ฮ้อง อมกูจะให้ฆ้อง ฆ้องก็ดัง อมกูจะให้คน คนก็ฮ้องซักไซ่คิดถึงกู ซาวซมภูฮักฮูบกูสู่คน ฮูป ปู่กูให้แทนเมืองสมพานเซืองคงขอบพัยฟ้า หมู่มนตรี ให้เขาอ่อนหากู ดังซ้างอ่อนขอ ให้อ่อนหากู ปานปอแสนน้ำอม โฟเฟ้าอมโพเจ้าเข่าสู่โพโซ อมเมตตัยยะ มาเป็นครูกู กูจักปุกงัวทะนูให้ลุก รักษาลือซา อมสวาหะ

คาถาเสกควายธนู
อมอุดเทตะยัง  สะนหิ  อมงัว ทะนูลูกแม่เฒ่ารักษาเจ้าให้ดี 
ผีสางสะเด็ดหนี  ขวักคว้าน  อมโคโนมหาโคโน อมโคโส 
มหาโคโส  สันทะ  สันทิ  จันทิหิ  อมมหาหิริโอตัมปะ 
สัมปัญโน  นะภาเวนุ  นุเวภานะ  เวภานะนุ  ภานะนุเว 
นะภาเวนุ  สัพปุริสา  โลเก  เทวะทำมาติ  วัดจะเร
                          

7 ความคิดเห็น:

  1. วัวธนูไม้ไผ่ตาผมเคยทำให้ผม

    ตอบกลับลบ
  2. อยสกทราบวิธีเลี้ยงควายธนูแบบละเอียดน่ะครับ พอดีผ่านไปบูชามา ไม่รู้ว่าจะใช้งานอย่างไร

    ตอบกลับลบ
  3. คาถาปลุก้สกอันนี้มันสั้นไปน่ะ ที่ผมเคยเรียนมันยาวมาก ยิ่งบาวยิ่งแกร่งครับ ขึ้นอยู่กับบทใครจะกล่าวได้ครอบจักวาลกว่ากัน

    ตอบกลับลบ
    คำตอบ
    1. ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมเขียนทั้งหมดนิครับ ผมก็แค่ให้ตามที่ถ่ายทอดต่อๆกันมา พยายามใช้ฉันทลักษณ์เดิมให้มากที่สุด ปัจจุบันก็ไม่ได้ใช้คาถาพวกนี้แล้ว ความยาวไม่ใช่สาระสำคัญครับ จะแรงขึ้นอยู่กับมีจิตมีใจเป็นประธาน

      ลบ
  4. ใช่ครับพระคาถาของเก่าๆ ไม่ยาวหรอกครับ

    ตอบกลับลบ
  5. ถูกต้องตรับ คาถาที่ครูอาจารย์สอนมาแค่สั้นๆเองต่างสับมาตัดวยกันบวกอานุภาพสมาธิ

    ตอบกลับลบ