พระคาถาไพรีพินาศ (มนต์คาถาที่ทำให้ศัตรูแพ้ภัยตนเอง)


พระคาถาไพรีพินาศ
มนต์คาถาที่ทำให้ศัตรูแพ้ภัยตนเอง

ภาคต้น
            ขอขมาต่อคุรุครูบาอาจารย์เจ้าทั้งปวง และขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งจักรวาลอนันตจักรวาลมาชุมกัน ณ ที่นี้ เพื่อปกปักษ์ป้องกันรักษาให้มีสุขสวัสดิ์ภิพัฒน์มงคลด้วยเทอญ
            มนตรามีมากมาย มีมนต์หนึ่งที่ถูกขาลขึ้นเพื่อปกป้องตนจากอริศัตรูที่ชั่วร้าย ในยุคสมัยนี้ที่ผู้คนได้รู้จักกับมนต์กฤษณะกาลี จากบทละครดังเรื่องบุพเพสันนิวาส โดยรอมแพง ซึ่งเมื่อใดที่สาธยายมนต์นั้นแล้วคนชั่วร้ายจัดต้องมนต์ดุจถูกคำสาปเผาผลาญจนสิ้นชีวิต มนต์กฤษณะกาลีนั้นไม่มีในพระเวทแต่อย่างใด หากแต่พระกฤษณะคืออาวตารหนึ่งของพระนารายณ์ที่อวตารลงมาสำแดงภควัทคีตา ในหมู่มวลมนุษย์รู้ถึงสัจธรรม หากแต่พระแม่กาลี คืออวตารปางอสูรเทพของพระแม่อุมาเทวี ที่ลงมาปราบมารร้ายให้สิ้นไป มนต์บูชาของพระกฤษณพและพระแม่กาลเป็นมงคลยิ่งนัก
พระกฤษณะแสดงวิศวรูปในภควัทคีตา
            มนต์คาถาที่ปรากฏกับพระเวท ในอถรเวทจักมีการกำจัดอริศัตรูด้วยไสยศาสตร์อยู่เป็นนิจ อดีตสยามประเทศที่มีมาแต่อยุธยามีการถือน้ำวาจาสัตย์หรือน้ำพิพัฒน์สัตยานั้นก็ให้ผลสาปแช่งให้ผู้กระทำผิดคำสัตย์สาบานมีอันเป็นไป ซึ่งปรากฏใน โองการแช่งน้ำโคลงห้า
             กระนั้นมนต์ที่ให้ผลคล้ายกันกับ
มนต์กฤษณะกาลี ผู้ที่ประพฤติชั่วประกอบกรรมชั่วจะมีอันเป็นไป เป็นมนต์คาถาที่ทำให้เกิดภัยแก่ศัตรูที่ประพฤติชั่วร้าย แม้คนชั่วร้ายจับต้องมนตราหากจิตใจต่ำทรามมิอาจเข้าถึงธรรม มิอาจเข้าถึงความดี มนตราบทนี้ก็จะเป็นภัยแก่ตนเอง หากมีจิตใจดีงามอยู่เพียงเสี้ยวน้อยนิด มนตราทั้งหลายเหล่านี้ก็จะช่วยค้ำจุนหนุนนำมาอยู่ทางที่ดี ทางบุญได้ในกาลต่อไปภายหน้า
เจ้าแม่กาลี
            มนตรามหากาลี หรือ กาลิกา มหามนตรา  เป็นมนต์บูชาและสรรเสริญเจ้าแม่กาลี พระแม่กาลีในพราหมณ์ฮินดู ปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวีผู้เป็นชายาของพระศิวะเจ้า โดยมนตรามหากาลีนี้ มีอานุภาพปกป้องภัยพิบัติ บำราศความชั่วร้าย ความฉ้อฉลทั้งปวง ตั้งพิธีอารตีไฟ แล้วกล่าวมนตราของเจ้าแม่กาลี  บทบูชาสรรเสริญ และขอพร โดยสังเขป
                                                โอม ศรี มหากาลิกาไย นะมะห์
                                                โอม เจมาตากาลี โอม สตี เยมา ตา กาลี
                                                โอม ศรี มหากาลี มาตา นมัช
                                                โอม ชยะตี มหากาลี ชยะตี อาธยะ กาลี มาตา
                                    ชยะรูปะ ประจัญทิกา มหากาลิกะ เทวี
                                    ชยะตี รักตาสะนะ เราทะระมุขี รุทะรานี
                                    อริ โศนิตขะไประ ภะระนี ขัททะคะ ธรณี ศุจี ปาณนี

บทสรรเสริญพระแม่กาลี
โอม มะหาเมคะ ประภาม ศะยะมาม ตะถา ไจวะ ทิคัมพะรีม
กันถาวะ สักตะ มุนทาลี คะลัท ทะรึธิระจะระจิตาม
กะระณาวะตัม สะตานีตัศวะ ยุคมะภะยานะกาม
โคระทัมษัตตะราม กะราลัศยาม ปีโนนะตะปะโยธะราม
ศะวานาม กะระสังคาไต กะรึตะกานจีมะ หะสันมุขีม
สะริกะ ทะไวยะ คะละทะรักตะธาราวิสะผุริตานะนาม
            ขอน้อมนมัสการ พระแม่กาลี
ผู้ทรงเป็นดั่งปลายทางอันสว่างไสว
ผู้ทรงเปลือยวรกาย และผู้ทรงนำหัวกะโหลกอสูร
มาสวมเป็นสร้อยพระศอ แลดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
            ขอน้อมนมัสการ พระแม่กาลี
ผู้ทรงประดับพระกรรณด้วยกุณฑลอันงดงาม
ผู้ทรงเนรมิตพระวรกายให้ดูหยาบกร้าน
และผู้ทรงมีพระถันอันใหญ่โต
            ขอน้อมนมัสการ พระแม่กาลี
ผู้ทรงนำแขนอสูรมาร้อยเรียงประดับบั้นพระองค์
ผู้ทรงมีพระพักตร์อันแย้มยิ้ม และผู้ทรงประหารกิเลศให้สิ้น
ขอพระองค์ทรงประทานพรแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด

มหากาลีมันตระ
โอม กลีม กาลีกาเย นามาฮา
โอม ฮรีม ชรีม กรีม อัถยา กาลีกา ปาราม เอชวารี สาวาฮา
            ขอน้อมกราบแด่องค์มหาเทวี ผู้ซึ่งมีผิวสีดำและทรงพลังอำนาจสูงสุด ขอน้อมกราบต่อองค์มหาเทวี องค์ปฐมแห่งมหาเทวีทั้งปวง ผู้มีพระฉวีสีดำ พระแม่แห่งความจริงแท้ พระแม่ผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดแห่งยุคปฐมกาล  พระองค์ทรงทำลายภาพมายาและความฉ้อฉลทั้งปวงและนำพาซึ่งความเป็นจริงแท้สูงสุดแห่งจักรวาลมาสู่มวลมนุษย์
सर्वमङ्गलमाङ्गल्ये शिवे सर्वार्थसाधिके
शरण्ये त्र्यम्बके गौरि नारायणि नमोऽस्तु ते
जयंती मंगला काली भद्रकाली कपालिनी
दुर्गा क्षमा शिवा धात्री स्वाहा स्वधा नमोऽस्तु‍ते
Sarvamagalamāgalyē śivē sarvārthasādhikē.
śaraṇyē tryambakē Gauri nārāyaṇi namō'stu tē.

Oṃ jayantī mangala kālī bhadrakālī kapālinī .
durgā ksamā śivā dhātrī svāhā svadhā namō'stu‍tē

            กล่าวถึงพระแม่กาลีแล้วก็มีอีกพระองค์หนึ่งที่ปราบศัตรูและสิ่งชั่วร้ายคือ มหาวีรภัทร เทพอูสรที่อวตารมาจากพระศิวะเจ้า โดยมักปรากฏคู่กับพระแม่กาลี ซึ่งทั้งสองพระองค์จะปราบมารร้ายและสิ่งชั่วร้าย คนชั่วร้ายทั้งหลายจะถูกทั้งสองพระองค์กำราบเสียให้สิ้นไป หากสรรเสริญหรือขอพรจากพระองค์ ไม่ว่าจะสวดบทสักการะ สรรเสริญ มนตรา มันตระหรือสุกรัม ก็ให้ผลอานุภาพได้เช่นเดียวกัน
มหาวีรภัทร เทพอูสร
            ส่วนไภรวะ หรือพระพิราบก็เป็นอวตารหนึ่งของพระศิวะเจ้าที่ตัดเศียรที่ 5 ของพระพรหม ซึ่งคาถาพระพิราบ หรือมนตราไภรวะ ทั้งการร่ายรำ นาฏยัมบทครูพระพิราบที่ถูกต้องแม่นยำย่อมมีอานุภาพในการขจัดสิ่งชั่วร้ายเสนียดจัญไรได้เช่นเดียวกัน

ภาคปลาย


            พระพุทธศาสนากาลล่วงมาแล้วแต่โบราณมีคาถามนตรามากมายที่โบราณจารย์เจ้าได้ประดิษฐ์กลบทขึ้นมามากมายเพื่อกำจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ครั้งกาลถึงกรุงรัตนโกสินทร์สมัย พุทธศักราชได้ ๒๓๙๑ ครานั้นผู้หนึ่งได้อัญเชิญพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ มาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ซึ่งขณะนั้นยังผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร และอยู่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธรูปอย่างมหายานปางประทับนั่งประทานอภัย  พระพุทธลักษณะเหมือนพระปางมารวิชัยหัตถ์ขวาที่วางอยู่บนพระชานุขี้น
            เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปนี้มาบูชา เกิดปาฏิหาริย์อันน่าอัศจรรย์แด่รัชกาลที่ ๔ ปรากฏเป็นหายนะแก่อริศัตรู อริราช ศัตรูที่คิดปองร้ายต่างมีอันเป็นไป ลางคนจักแพ้พ่ายภัยตนไปเสียเอง พระองค์จึงถวายนามว่า “พระไพรีพินาศ” แลภายในเจดีน์มีกระดาษเขียนอักษรว่า "พระสถูปเจดียสิลาบัลลังองค์ จงมีนามว่า พระไพรีพินาศเจดียเทิญ" และอีกด้านเขียนว่า "เพราะตั้งแต่ทำแล้วมา คนไพรีก็วุ่นวายยับเยินไปโดยลำดับ" ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

พระคาถาไพรีพินาศ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ     สุจิรัง ปะรินิพพุโต
คุเณหิ ธะระมาโนทานิ          ปาระมีหิ จะ ทิสสะติ
ยาวะชีวัง อะหัง พุทธัง        ธัมมัง สังฆัง สะระณัง คะโต
ปูเชมิ ระตะนัตตะยัง            ธัมมัง จะรามิ โสตถินา ฯ
                                            นะมัสสะ พระพุทธะไพรีพินาศายะ
                                    มาราปะราชะยัง นะมามิหัง พุทธังวันทามิ
                                    ธัมมังวันทามิ สังฆังวันทามิ สัพพะโส ฯ
            สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงเสด็จดับขันธปรินิพพานมาช้านานแล้ว แต่ก็ยังทรงปรากฏดำรงอยู่ในบัดนี้ โดยพระคุณและพระบารมีทั้งหลาย
            ข้าพพุทธเจ้า ถึงพระพุทธเจ้า  พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งตลอดชีวิต
บูชาอยู่ซึ่งพระรัตนตรัย ขอประพฤติธรรม โดยสวัสดี เทอญ ฯ
            ขอให้ข้าพเจ้าจงประสพแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยบารมีของพระพุทธไพรีพินาศเทอญ ฯ

อุปเทห์โดยพิสดาร พระคาถาไพรีพินาศหากเพียงเจริญพระพุทธมนต์แล้ว เจริญอยู่เป็นนิจ อยู่สม่ำเสมอ ศัตรูทั้งหลายจักบำราญพินาศสิ้น อาจารย์ท่านว่า จารลึกนามของอริศัตรูไว้ วางทับด้วยพระพุทธไพรีพินาศ สวดภาวนามนต์คาถาพร่ำบ่นมนต์เรื่อยไป
 แผ่เมตตาว่า “สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา ยัง กัมมัง กะริสสันติ , กัล๎ยาณัง วา ปาปะกัง วา , ตัสสะ ทายาทา ภาวิสสันติ”
แผ่เมตตาถึงทำดีย่อมได้ดี ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว ดังคำแปลที่ว่า
“สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีกรรมเป็นของของตน , มีกรรมเป็นผู้ให้ผล ,   มีกรรมเป็นแดนเกิด ,มีกรรมเป็นผู้ติดตาม , มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย จักทำกรรมอันใดไว้ , ดีหรือชั่วก็ตาม , จักต้องเป็นผู้ได้รับผลของกรรมนั้นๆ สืบไป”
อานิสงค์ทั้งปวงที่เกิดจักเป็นมงคลแก่ผู้สวดภาวนา หากแต่อริศัตรูนั้นจักพินาศย่อยยับอัปราชัยแพ้ภัยตนเองไปตามลำดับเป็นต้นไป

อวสานบท
            ธรรมทาน และ อภัยทาน ย่อมเป็นทานอันบริสุทธิ์ยิ่ง อย่าได้พยาบาทอาฆาตมาตร้ายอริศัตรู ขอให้เจริญแผ่เมตตาเทิด จัดเกิดผลดีขึ้นมาโดยมีต้องทำร้ายผู้อื่นผู้ใดเลย คาถาพระไพรีพินาศก็จบด้วยประการละฉะนี้แล
                                                                                                            ๙ มหาเวทย์

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น