เสือเย็น

คัมภีร์พยัคฆาต เสือเย็น
รจนาโดย ๙ มหาเวทย์

ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมเลือกภาพประกอบที่ดูไม่รุนแรง ซอฟต์ๆ คนที่เป็นเสือเย็นไม่ได้น่ากลัวเสมอไป อย่างพี่เสือน่ารักๆ พี่เสือล้ำๆหล่อๆมาให้ดูนะครับ ถ้าเอาอย่างวิดีโอกลายร่างจากหนังผีมาใส่คงไม่น่าดูนัก ทางตะวันตกมีมนุษย์หมาป่า ทางตะวันออกมีเสือสมิง  




  ------------------------------------------------------------------------


ลำนำเหตุ
          ความเดิมมาแต่ก่อนจนปัจจุบันมีเสือร้ายออกหากิน กินสัตว์สองเท้าสีเท้าไม่มีเท้าเป็นว่าเล่น ประทังชีวิตตามทางสัตว์ป่าเป็นปกติวิสัย แต่มีเสือสัตว์ร้ายจำพวกหนึ่งที่กินคนด้วยความคะนอง คึกคิดกินสัตว์ไม่เลือกความหิวกระหายเลือด จึงต้องปรามให้สิ้นเสียเหลี่ยมสัตว์ร้าย จักปราบโดยฆ่าก็ลำบาก จักปราบด้วยเป็นก็ยากเกินการณ์ กำราบนั้นยากเสียยิ่ง คนออกล่าคนด้วยกันว่ายากแล้ว คนธรรมดาจะออกล่าเสือที่มาจากคนด้วยกันยิ่งยากกว่า จึงเป็นเหตุให้เราเขียนตำรานี้ขึ้นมา ตั้งแต่โบราณก็มีวิธีปราบกำราบว่าไว้เป็นเบื้องต้น กลับสับสนในภายหลัง ยากตีความทำตามได้ด้วยปัญญาของคนธรรมดา คนเรียนรู้วิชาแลอวิชชาพอขยายความแต่ยากจะตามกำราบได้ เราจึงเขียนใหม่ชุบให้งามตามสมควร แต่ข้าพเจ้าขอเขียนเพียงซ้อนความนัยอนึ่งไว้มิเขียนทั้งหมดเพื่อป้องกันตัวข้าพเจ้าเช่นกัน ดังกล่าวต่อในกาลนี้แลนา
 ------------------------------------------------------------------------


บทเข้าภาค
          เสือ เป็นสัตว์ที่ดุร้าย น่าเกรงขาม และดูยิ่งใหญ่ควบคู่กับสิงโต เราทั้งหลายก็ทราบดีว่า “สิงโตเจ้าป่า เสือเจ้าภูเขา” หรือ “สิงห์เหนือ เสือใต้” ด้วยเหตุนี้เอง บุราณครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้นำคุณอันว่าน่ากลัว น่าเกรงขาม มีแต่ผู้อื่นเคารพยำเกรงในอำนาจบารมี จึงได้คิดค้นวิชาไสยศาสตร์เกี่ยวกับเสือ ด้วยเหตุแห่งมูลนี้เองทำให้เกิดสิ่งหนึ่งที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อของสิ่งใดให้คุณอนันต์แล้วย่อมมีโทษมหันต์
          ไสยศาสตร์ในแขนงนี้มีมาแต่โบราณหลายๆแห่งตั้งแต่ขอม เขมร ล้านนา ก็มีเสืออยู่แล้ว วิชาเสือนี้กล่าวชัดเจนในทางภาคเหนือ ชาวล้านนาเรียกไสยศาสตร์ว่า “สิ๊ปปะกุณไสยะ” หรือ "สัพพะคุณไสยยะ" มีด้วย
10 ประการ คือ อำนาจ บารมี ศรี เดชะ นิยม สิเนหา ข่าม(คงกระพัน) ป้องกัน รักษา แก้คุณ เป็นหลักใหญ่จำแนกย่อยได้สัพพะคุณต่าง ๆ อีกมาก  


          สิ๊ปปะกุณไสยะ มีคุณไสย์อย่างหนึ่งอันทำมาจากเสือ บุราณจารย์ได้คิดค้นนำเสือมาทำเป็นไสยศาสตร์ มีทั้งรูปยันต์ คาถาอาคม และวิชาอื่นๆอีกมากมาย เช่น คาถาเสือโคร่ง(ยันต์เสือโคร่ง) คาถาเสือโผด(ยันต์เสือโผด)  คาถาเสือเผ่น(ยันต์เสือเผ่น)  คาถาเสือเหลียวหลัง(ยันต์เสือเหลียวหลัง) คาถาพญาเสือ คาถาพยัคฆ์คำราม และยันต์มากมายที่เกี่ยวกับเสือ ยันต์เสือคู่ ยันต์เสือคาบดาบ ยันต์เสือหัวขาด แต่มีวิชาจำพวกหนึ่งมาแต่โบราณของล้านนาโดยเฉพาะ คือ ป็อด หมายถึงที่อยู่อาศัยของสัตว์ กบเข้าป็อด แปลว่ากบเข้าจำศีล และป็อดนี้เองถ้าใช้กับสัตว์อื่นจะแปลว่า ถ้ำ แต่อีกนัยหนึ่งคำว่า ป็อด นี้ก็หมายถึง ส่วน, ภาค และเป็นที่มาของ “เสือป็อด”
          เมื่อครูบาอาจารย์คิดค้นวิชาเสือป็อดนี้ขึ้นมาได้ ก็มีวิชาเสือหัวอาง เสือสองหาง มูลเหตุแห่งเสือเย็น นอกจากวิชานี้แล้ว ทุกวิชาเสือก็เป็นมูลแห่งทำให้เกิดคำว่าเสือสมิงได้เช่นกัน แต่ในที่นี้ขอกล่าวถึงวิชาเสือป็อด เพราะมีความใกล้เคียงเสือเย็นมากที่สุด วิชาป็อด มีตั้งแต่ เสือป็อด , เสือ ๓ ป็อด , เสือ ๗ ป็อด และเสือหัวอาง ก่อนอื่นเสือหัวอางเป็นวิชาเสือหัวคน และคนหัวเลือ ด้วยรูปยันต์เสือที่มีหัวเป้นคน และรูปยันต์ที่มีหัวเป็นเสือตัวเป็นคน ทำให้คนมีลักษณะเหมือนเสือมากที่สุด ส่วนเสือ ๗ ป็อด คือ เสือเจ็ดถ้ำ หรือเสือเจ็ดส่วน แบ่งเป็น ๗ ส่วน มีวงกลมอักขระเลขกำกับทั้ง ๗ วง คือ ส่วนหัวหนึ่งวง ส่วนอกหนึ่งวง ส่วนหางหนึ่งวง เท้าหน้าซ้ายหนึ่งวง เท้าหน้าขวาหนึ่งวง เท้าหลังซ้ายหนึ่งวง เท้าหลังขวาหนึ่งวง เป็นรูปยันต์ที่สักบนร่างกาย โดยมีวิธีสักที่แปลกพิสดารกว่าสักด้วยวิธีอื่นๆ 




          เสือเจ็ดป็อด มีวิธีสักโดยอาจารย์ผู้สักจะกำหนดวันเดือนเสี้ยว เดือนเพ็ญ เดือนดับแล้วแต่ว่าใครจะเหมาะกับจริตไหน จากนั้นกำหนดร่างเสือ ๗ ภาค โดยแบ่งเสือเป็น ๗ ส่วน มีดังข้างต้นว่า เท้าทั้งสี่ หางหนึ่ง อกหนึ่ง หัวหนึ่ง สักเวียนจากเท้าหลังขวามาเท้าหลังซ้ายมาเท้าหน้าขวามาเท้าหน้าซ้ายจนมาถึงอกสักเป็นตัวเสือสักหางใส่แล้วต่อเข้ากับหัว จนสมบูรณ์เป็นเสือ
          เมื่อจะสักวงแรก อาจารย์จะตั้งขันและครอบหัวเสือหรือไม่ก็ห่มหนังเสือก่อนจึงจะสัก โดยขันจะมีผ้าขาวแทนครูตาม ผ้าแดงแทนครูที่มีชีวิต ผ้าดำแทนสิ๊ปปะกุณไสยยะ โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเนื้อสดๆ มัดด้วยตอกไม้ไผ่ แขวนไว้บนขื่อบ้านตรงหน้าปลัมพิธีที่จะสัก เมื่อสักหนึ่งส่วนเสร็จหนึ่งวงก็ปลุกให้ตื่นกระโดดงับเนื้อสดบนขื่อบ้าน เมื่อกินจนหมดก็ให้อาบน้ำเจ็ดบ่อจากนั้นคือเสร็จวันแรก ก็รอวันต่อไปเพื่อสักอีกหนึ่งส่วนอีกวง จนกว่าจะครบทั้ง ๗ ส่วน โดยทำแบบเดิม เมื่อสักเสร็จจะมีกฎเหล็กสามข้อ “ไม่เยียบที่ต่ำ ไม่ข้ามที่สูง” , “ไม่กินเหล้าซากหมากเหลือ” , “อาบน้ำเจ็ดบ่อในวันเดือนดับ” ถ้าไม่ทำจะผิดคำครู ตบัดสัจจ์ แล้วของเข้าตัวจนกลายเป็นเสือเย็นในที่สุด แต่นั้นก็แค่เรื่องที่เล่าและสืบต่อวิชากันมา
          ความจริงยิ่งกว่านิยาย ผู้ที่มีวิชาเสือจำพวกหนึ่งสามารถแปลงกลายเป็นเสือได้ ผู้มีวิชาเสือจำพวกหนึ่งเมื่อของเข้าตัวแล้วจะกลายเป็นเสือได้ ผู้มีวิชาเสือจำพวกหนึ่งเมื่อยามเดือนเพ็ญหรือเดือนดับจะกลับกลายเป็นเสือได้ ผู้มีวิชาเสือจำพวกหนึ่งเมื่อทิ้งวิชาไม่อยากรักษาหรือผิดวาจาจะกลับกลายเป็นเสือได้ โดยทั้งหมดนี้ถูกเรียกว่า “เสือเย็น” โดยทั้งสิ้น แต่กระนั้น “เสือเย็น” คือเสือที่มีความเป็นคน สามารถกลายร่างเป็นเสือได้ เป็นมนุษย์ได้ ควบคุมได้ แต่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเสือสมิงที่คนกลายร่างเป็นเสือไม่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตามผู้ที่เป็นเสือเย็นจะไม่กินเนื้อมนุษย์ เหมือนเสือสมิงที่กินเนื้อมนุษย์ แต่ด้วยความเข้าใจว่าเสือเย็นคือเสือสมิง ตั้งแต่โบราณจารย์จึงไม่แยกความเข้าใจให้ชัดเจน จึงเรียกกันมาอย่างนั้น ว่าเสือเย็นและเสือสมิงคืออันเดียวกัน ไม่ต่างกันมาจากถึงปัจจุบัน 

                        ------------------------------------------------------------------------

ภาคต้น

          เสือสมิง คือ มนุษย์ที่กลายร่างเป็นเสือดุร้าย เกิดจากการเรียนวิชาอาคมเสือจนไม่สามารถควบคุมได้ เกิดจากการทำผิดคำครูไม่รักษาวาจาสัจจ์ ทำฝืนข้อห้าม กินเหล้าซากหมากเหลือ ขยายความว่ากินเหล้าจากแก้วคนอื่น กินหมากที่ไม่ได้เด็ดปลาย กินหมากที่ลอดชายผ้านุ่งผ้าซิ่นของผู้หญิง ส่วนข้อ เหยียบที่ต่ำ ข้ามที่สูง ขยายความว่า ดูหมิ่นผู้อื่น ข้ามหัวครูอาจารย์ ไม่เคารพครูอาจารย์ ศิษย์คิดล้างครู อย่างนี้ท่านว่าของจักเสื่อมสิ้นไป ทั้งการฆ่าสัตว์หันชีวิตผู้อื่นโดยบริสุทธิ์มิได้มีวิบากกำผูกพัน การลักในพัสถานสมบัติทั้งราษฏ์หลวง การผิดประเวณีในลูกเมียของชาวบ้าน การมุสาวาทในวาจาต่อครูอาจารย์และพ่อแม่ และการดื่มเสพสุราอันเกินแต่สติจะคงอยู่






     ประการหนึ่งการเสพสุราเมรัยจนขาดสติสัมปชัญญะจนมิเหลือความเป็นคน หมดสิ้นจริตของมนุษย์ มึนเมาในฤทธิ์ของน้ำเมาจนไร้ซึ่งสติทั้งปวง ยามนั้นวิชาทั้งปวงจะเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์ 
      ประการหนึ่งการผิดวาจาไม่รักษาสัตย์ วิชาเสือที่ครูบาอาจารย์กำกับไว้เสื่อมคลายลงจนของเข้าตัว ยามนั้นวิชาทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์
      ประการหนึ่งการทิ้งขว้างในวิชาเสือ มิดูแลรักษาให้คงอยู่ ทำให้มนต์เสื่องทรามลงไป ยามนั้นวิชาทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์
      ประการหนึ่งการหลงผิดคิดคะนอง ลำพองขน ลองวิชาเสือด้วยความแรงกล้าไร้ขอบเขตของความเป็นมนุษย์ ยามนั้นวิชาทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์
      ประการหนึ่งการฆ่าสัตว์บั้นชีวิตมนุษย์และสัตว์ทั้งปวงโดยคึกคะนองใจ อันเป็นจริตเห็นสัตว์เดรัชฉาน อันเป็นสัญชาตญาณในวิสัย นิสัยของสัตว์ดุร้ายอย่างเสือ ยามนั้นวิชาทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์
      ประการหนึ่งการสู่รู้มิรู้ต้นสายปลายหนของวิชาเสือ รู้เท่ามิถึงการณ์ เรียนรู้วิชาลอดช่อง เรียนรู้มาแต่ตำรา เรียนรู้มาแต่วิชาจารจารึก มิตรึกว่าจำมาแต่ครูอาจารย์สั่งสอน ว่าดั่งศิษย์หามีครูไม่ ทำวิชาเสือโดยตาบอดไม่รู้หนทางที่เป็นลู่ ยามนั้นวิชาทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์
      ประการหนึ่งการใช้วิชาเสือในทางที่ผิด คิดมิซื่อเจ้าเล่ห์เพทุบาย คล้ายว่าเอาไว้ทำลายผู้อื่น หลบหนีลี้ความผิด คิดเอาไว้กลั่นแกล้ง สำแดงความเป็นใหญ่ ประกอบทุจอาชีวะ รับจ้างฆ่าและทำร้าย ขายสิ่งชั่วไม่ดีหนีจังกอบ ฉ้อราษฏ์บังหลวง ตักตวงผลประโยชน์ด้วยคุณแห่งวิชาเสือ ยามนั้นวิชาทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์
      ประการหนึ่งการฝึกว่าวิชาเสือจนมิคิดชีวิต ไม่รู้จักเดือนจักตะวัน ไม่เห็นดวงดาวและดินฟ้า ลืมยาตราลงธรณี ไม่สัมผัสธุลีและหยากหญ้า บ่รับทานอาหารหิว ลืมกินลืมนอน ลืมพักผ่อนนินทา สุดท้ายมาลืมความเป็นมนุษย์ใช้แต่สัญชาตญาณแห่งสัตว์ป่า หากินอย่างเสือในวิชา ยามนั้นวิชาทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์
      ทุกประการนั้นแล ยามนั้นวิชาเสือทั้งปวงเข้ามาสิงสถิตร่างกายอันเป็นมนุษย์ จะทำให้มนุษย์เปลี่ยนสภาพจิตใจกลายเป็นเสือดุร้ายกระหายเลือด สติหมดไป ไร้สัมปชัญญะทั้งปวง ขวัญทั้ง ๓๒ ประการที่ประอาการทวัตติสามี ๓๒ กองแห่งรูปขันธ์ ประกอบด้วยธาตุทั้ง ๔ มีดิน น้ำ ลม ไฟ แตกออกเป็นรูปขันธ์อื่น ร่างกายอันเป็นมนุษย์จึงแปลงเป็นสัตว์ดุร้ายมี ๓๒ ประการ ทั้งอัตลักขณาเป็นเสือโคร่งลายพาดกรตัวใหญ่ ควบคุมกายด้วยสัญชาตญาณของสัตว์ดุร้าย นักล่ากระหายเลือด หิวโหยในเนื้อมนุษย์ดังนี้จึงใคร่ฆ่าแกงแต่คน ล่ามนุษย์ด้วยกันเป็นอันมาก แต่ลางครั้งล่าสัตว์ใหญ่สัตว์เล็กเช่นกัน สัตว์สองเท้า สัตว์สี่เท้า สัตว์หลายเท้าและไม่มีเท้า แม้เสือป่าแลเสือสมิงด้วยกันก็เข้าโจมตีกัดกันเป็นปกตินิสัย สิงโต หมาป่า จิ้งจอก นักล่าก็มิเวรเข้าต่อสู้โดยมิรู้ว่าตัวเป็นมนุษย์ ด้วยความเป็นเสืออันเกิดแต่อาคม ความคึกคะนองในฤทธิ์แห่งอาคมทำให้สัญชาตญาณผุดออกมาจนไม่สามารถระงับอารมณ์ความคึกคะนองนั้นได้ 

      สัตว์ป่าทั้งหลาย มีลิงลม ลิงไล่ ข้างบ่างชะนี ย่อมสังเกตว่าเสือตันใดคือเสือป่า เสือตนใดคือสมิงที่เกิดมาแต่มนุษย์ที่กลายเป็นสมิง มองหาสัตว์ห้อยโหนจักปลอดภัยจากเสือสมิงยิ่งนัก เสือสมิงเป็นอันมากจะไม่เข้าสู้กับช้าง จักชอบการเข่นฆ่าวัวควายกระทิงป่าเสียมากกว่า กวางผา หมูป่า ละมั้ง เลียงผา เนื้อทราย หากเจอเข้าจักถูกพรากชีวิตได้ แลแล้วฆ่าโดยความหิวก็มิใช่ ความใคร่อยากก็มิเชิง คะนองปากอยู่อย่างนั้น กระหายเลือดแต่กินเพียงน้อยนิดพอประทังความกระหายอยาก ดังมนุษย์ที่บริโภคเป็นสามมือในหนึ่งวัน เสือป่าบริโภคเป็นหนึ่งมือในสามวัน

      ลักษณะแรกเป็นคนมีจริตเหมือนเสือ ไม่มีสติสัมปชัญญะ เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ขู่คำรามดุจเสือโคร่ง คลุกคลานไปมาทั้งทรมานกระเสือกกระสน แต่หลังจักไม่ต้องธรณี ไม่นอนหงายหลังลงพื้นจะให้อกและท้องไถ่ไปตามพื้นดินเสียมาก  เสียงหายใจฟืดฟาด สายตาเริ่มจ้องขเม้งไปมาเหมือนระวังระแวงล่าเหยื่อ ไม่นานนักการกระพริบตามก็หยุดลง ลืมตาตลอดเวลาไม่ขยับเปลือกตา

          พอได้ขณะหนึ่ง เล็บกลับงอกออกมาจากเล็บมือเดิมยาวขึ้นและมนแหลม มือที่เรียวยาวกลับผ่าผายใหญ่ เล็บเท้าจึงยาวตามไปเป็นถนัด เขี้ยวเสน่ห์สองซี่บนจึงงอกยาวออกมา เขี้ยวสองซี่ล่างงอกยาวตามกันไป ฟันทั้งหลายเปลี่ยนรูปเป็นเขี้ยวแหลมคมทั้งสิ้น ทั่วทั้งปากพร้อมกัดพร้อมฉีด ไม่นานนักหูก็เปลี่ยนรูปลักษณะเป็นหูแมวใหญ่ได้ยินแม้เสียงหัวใจเต้นมากมาย เสียงกระเพื้อมอกหายใจที่บางเบาก็ได้ยินชัดเจนแม้นอยู่ไกลนับข้ามสามเขา 
          ลวดลายพลาดกรสีแดงระเรื่อเริ่มปรากฏบนผิวหนังสพั้งกายแขนขาเข่งเขาแล้วหลังอกท้อง โคร่งสร้างร่างกายแปลงไป กระดูกซี่โคร่งคร่อมลง รยางค์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นลักษณะของสัตว์สี่เท้า กล้ามเนื้อทั้งหลายปูดโปน คราวนั้นลายบนผิวเกิดขึ้นบนหน้าทั้งแก้มซ้ายขวาและหน้าผาก ไม่นานนักขนก็งอกออกมาเป็นเส้นเป็นสายตามลายพาดกร ขนดำกลับกลายเปลี่ยนสี ใบหน้าจากมนุษย์เปลี่ยนเป็นโคร่งหน้านวดและคิวก็กลับกลายเป็นขนสัตว์ สีผมเปลี่ยนเป็นเหลืองส้มมีคาดดำเป็นลายเสือ เมื่อนั้นเองที่หางงอกออกมาจากกระดูกก้นกบ เสียงคำรามคลั่งครั้งสุดท้ายบอกถึงหางที่งอกมาจนสุด ทั้งลายกาน ๆ ท่อน ๆ ทุกอย่างเหมือนเสือโคร่งโดยสมบูรณ์เหลือไว้ดวงตา มีนัยน์ตาเป็นมนุษย์ความเป็นคนส่วนสุดท้ายหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ยามนี้โอกาสสุดท้ายจะเรียกกลับคืนมาได้เพียงเสี้ยววินาทีก่อนนัยน์ตาแมวจะปรากฏ หากเสียวจันทร์ตาเสือขึ้นมาแทนแสงหิ่งห้อย ครานั้นความเป็นมนุษย์จะหมดไปแล้วกลายเป้นเสือสมิงในที่สุด ทั้งหกสัมผัสจะเหมือนเช่นเดียวกับเสือทั่วไป หูไว ตาไกล วิ่งเร็ว กระโดดสูง มีเขี้ยวเล็บแข็งแรง

เมื่อเวลาผ่านไปได้กาลหนึ่ง เสือสมิงจะกลับกลายเป็นมนุษย์ เล็บทั้งหลายขนทั้งหลายจักหายไปกระดูกโครงสร้างร่างกายเปลี่ยนแปรเป็นมนุษย์ โดยกำเนิดจะเปรียบเทียบได้ดังทารกแรกคลอด ผิดแผกแตกออกไปเป็นนอนงายออกมาเป็นคว่ำหน้าคลานสี่ขา สิ่งที่หดหายไปเป็นอันดับแรกคือหางเสือแล้วตามด้วยหูเสือจะหายไปก่อน ไม่ถึงเสี้ยววินาทีที่หูหาย เขี้ยวเสือที่แหลมคมกับเล็บเสือก็หดขยายเป็นเล็บมนุษย์ ก่อนที่ขนทั้งหลายสลายกลายเป็นขนมนุษย์ กระดูกและโครงสร้างสันหลังเครื่องในก็แปรเป็นของมนุษย์เสียก่อน อันดับสุดท้ายคือ นัยน์ตาของมนุษย์และแสงหิ่งห้อยแห่งความเป็นคนจึงทอแสงออกมา นั้นแหละคือเสือสมิงที่กลับกลายร่างเป็นคนแล้ว ไรพลังอำนาจของเสือ เป็นยามที่อ่อนแอที่สุด ฆ่าได้โดยง่ายนักแล
          จำแนกแยกเสือป่าออกจากเสือสมิงได้ว่า เสือป่ากินหนึ่งมื้อต่อสามวัน เสือสมิงกินสามมื้อต่อวัน เสือป่าสุ่มล่าเหยื่อแล้วฆ่าให้เร็วที่สุด เสือสมิงไล่ล่าเหยื่อข่มขู่ให้เหยื่อกลัวแล้วฆ่า เสือป่าจะไม่กลัวเสือไฟ อาจจะไม่ต่อแย เสือสมิงจะเกรงกลัวเสือไฟแลไม่กล้าใกล้ หากต้องประจัญบานกับเสือไฟ เสือสมิงจะหนีไม่เหมือนเสือป่าที่จะสู้เสือไฟ แม้เผชิญหน้าเสือสมิงจะคำรามใส่เสือไฟเท่าใดก็มิอาจจะข่มเสือไฟได้ เสือสมิงจะกินน้อยฆ่ามาก เสือป่าจะกินมากฆ่าน้อย เสือสมิงชอบพระจันทร์เต็มดวงและพระจันทร์ดับ ที่สำคัญเสือสมิงจะไม่กระพริบตา การกระพริบตาของเสือสมิงคือวิสัยของมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ ถ้าแน่ใจว่าเสือสมิงตนใดกระพริบตาก็พอจะเรียกความเป็นมนุษย์กลับมาได้ เสือสมิงบางตนอาจจะเหลือความผูกพันกลับอย่างมนุษย์อยู่ดุจดังสัตว์บ้านปล่อยป่า ผูกพันธ์กับคนใกล้ชิด เลือกฆ่าคนที่รู้จักก่อน



          ลักษณะของเสือสมิงดังเบื้องต้นเป็นการพิจารณาโดยง่าย คราใดได้พบพึ่งสังเกตอย่างแยบคายในอัตลักษณาเสืออสูร ประกอบด้วย ๘ ประการ คือ หูตั้ง หลังชัน หางชี้ คิ้วกระดิก ตาไม่กระพริบ กางเล็บ อ้างเขี้ยว ไม่กลัวไฟ เป็นต้น พิจารณาด้วยความละเอียดขึ้นย่อมฟังเสียงคำรามของเสือเป็นมนต์อาคมที่สยบป่าเขาลำเนาไพรสัพพสัตว์ได้ พิจารณ์ด้วยจิตอย่างแยบคายแล้วมองเห็นคนในร่างเสือนั่นแลเป็นแน่ชัด กำหนดจิตให้นิ่งเป็นอุปจารสมาธิ มองจ้องในตาของเสือตัวนั้นหากว่างเปล่านั่นเป็นเสือป่า หากใช้จิตตั้งมั่นในอุปจารสมาธิมองนัยน์ตาสัตว์ร้ายพบว่าเป็นคน เห็นตัวตนที่ซ้อนทับนั่นแหละคือ เสือสมิง 
          ลักษณะของเสือสมิงพันธ์พิเศษ แปลงมาโดยพิสดาร โบราณจารย์กล่าวกันมานมนานกาลสมัยว่า เสือเย็น จำพวกหนึ่งนั้นใช้เรียกผู้วิเศษแปลงกายมาโดยพิสดาร เสือเย็นนั้นจะไม่กัดคน แม้มดสักตัวก็ไม่เหลือบบี้ แต่จะต่อสู้ไม่ถึงแก่ชีวิตของอีกฝ่าย เทพดาอารักษ์มักมาในรูปนี้ ฤๅษีมีวิชา วิทยาธรนิยมแปลงมาเป็นอันมาก ดังในพระเวสสันดรบทที่ว่า ตโย  เทวปุตตา ส่วนเทพยเจ้าทั้งสามก็อำลาลีลาศผาดแผลง จำแลงเป็นพญาไกรสรราชผาดแผดเสียงสนั่น ดั่งสายอสนีลั่นตลอดป่าที่เทพยดาแปลงมาเป็นเสือโครง เสือเหลือง สิงโต ขวางทางนางมัทรีไว้แต่มิได้ทำร้ายแต่อย่างใด 



          คนโบราณหากต้องเดินป่าลางรายนิยมใช้อาคมแปลงกลายเป็นเสือโคร่งเพื่อป้องกันตัวและคุ้มครองคนอื่น ๆ แม้พระภิกษุสงฆ์องค์เจ้าเดินธุดงภ์มักพบเจอเสือเย็นประเภทนี้บ่อยครั้ง เสือเย็นนี้จักพิทักษ์ปกปักษ์รักษาไปตลอดทางหรือให้ผ่านสถานที่อันตรายในกลางป่าได้ ที่ใดมีสัตว์ร้ายเป็นอันมากมีเสือเย็นค่อยเฝ้าอยู่ใกล้จักไม่มีภยันตรายนี้แก่เราได้ เสือเย็นนี้หากดูตัวลักขณาแล้วไม่เป็นดังอัตลักษณาเสืออสูร ประกอบด้วย ๘ ประการ คือ หูกระดิก หางแกว่ง คิ้วชี้ หลังโค้ง ตาไม่กระพริบ หุบเล็บ ยิงเขี้ยว ชอบแสงแดด เป็นต้น ดำรงชีวิตด้วยน้ำจากธารน้ำธรรมชาติและซอกลืบ ถ้าเป็นคนจักแปลงกลับเป็นคนมากินผลไม้ป่าแล้วแปลงกลับเป็นเสือเย็น หากเป็นเสือเย็นประเภทนี้ดื่มน้ำจากลำธารจักจุ่มทั้งปากดูดน้ำ ไม่ใช้ลิ้นเลียหอบน้ำเข้าปาก ไม่จริตจะก้านตามสัญชาตญาณ ด้วยว่าเป็นเสือที่มีจิตใจเป็นมนุษย์อยู่ครบถ้วน มีสติรู้ตัวทั่วถึงด้วยสัมปชัญญะแห่งความเป็นคนอย่างสมบูรณ์




          พิจารณาด้วยความละเอียดอ่อนขึ้น ด้วยความแยบคาย ใช้จิตที่แน่นิ่งเป็นอุปจารสมาธิขึ้นไปไตร่ตรองมองดูแลแล้วจักมีกายมนุษย์ที่ผ่องแผ้ว บางเป็นเทพยาดาสว่างสดใส มองเห็นแสงออกมาจากร่างแสงบ้าง รัศมีสีสดสุดไสวบ้าง ลางตนสามารถพุดคุยผ่านจิตโสตได้บ้าง หากเจอเสือเย็นจำพวกนี้นับหาท่านได้พบสิ่งที่หาเจอได้ยากยิ่งนักแลนาฯ

                        ------------------------------------------------------------------------

ภาคปลาย
กำราบเสือสมิง

          พยัคฆาแกล้วกล้าทรงอาจหาญ          เกรงขามแกร่งการขวัญผยอง
ทระนงองค์อาจดุดาลคะนอง                       ไว้ลายพาดกรชาติเสือฉกรรจ์
มาจะกล่าวถึงลำนำสมิงเสือ                        เรื่องคาวเครือเผือมนุษย์สุดผวา
คนเป็นคนกลับเป็นเสืออันธพาล                   เที่ยวระรานเข่นฆ่ามาราวี
ด้วยวิชานาๆทั้งคุณเวทย์                            อันเป็นเหตุบังเกิดเดรัชฉาน
ด้วยเวทมนต์วนเวียนแสนทรมาน                  ทั้งเขียนอ่านเรียนไว้ใช้ผิดทาง
สิปปคุณไสยศาสตร์ที่ตกทอด                       บ้างแบ่งถอดกลบทอย่างฉะฉาน
วิชาเสือพากเพียงจนเชี่ยวชาญ                     จวนชำนาญแบ่งกายลายพาดกร
บ้างไม่เชื่อเถือทิ้งให้เรี่ยราด                         ด้วยประมาทในวิชาไม่เลื่อมใส
โยนทิ้งโยนขว้างไร้เยื่อใย                            ไม่นานไกลวิชากลับเข้าใส่ตัว
บ้างสำเร็จมนต์มายาอันวิเศษ                      สำแดงเดชอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
แปลงเป็นเสือกายร่างอยู่นานกาล                 แลวันวานผ่านไปลืมคืนกาย
บ้างเรียนรู้บ้าเพียรเขียนให้หลง                    นอกลู่องค์อาจารยืท่านสั่งสอน
ลืมคุณครูดูแล้วช่างลำพอง                          คึกคะนองตรองกลายสมิงพาล
บ้างบ่รู้ถูกผิดแลดีชั่ว                                 คิดว่าตัวเป็นเสือเหลือพิสัย
หมดความเป็นมนุษย์สุดดวงใจ                     กลายร่างไปมิอาจยื้นให้คืนคน
บ้างเป็นเทพเทวามาสถิต                            ประกาศิตสำแดงกายให้มองเห็น
เป็นเสือป่าน่ากลัวดูดุเด่น                            มาเขม็นเข็ญเขี้ยวคะนองฟัน
เหตุทั้งปวงบอกไว้ว่าเสือกล้า                        เร่งเทียบเทียมแบ่งตามวิสัชชนา
แล้วจักหาเหตุผลกลมาตรา                         แลวิชากำราบเสือหมดลาย
          อันวิชาปราบไว้บุราณว่า                  ศาสตรากล้าแกร่งวุธยุทธประหาญ
มีดดาบปืนธรูเวทเสกโดยพลัน                      แม้นหุนหันพลันแล่นแสนมีคุณ
มีดอันหนึ่งคืองาบุสลาย                             งากำจายงากำจัดตะเคียนโค้น
ด้ามชัยพฤกษ์พดด้วงโยน                           นะโมโขนตราไว้เป็นกำลัง
เงินพวงทองสำริดนวเนื้อ                            สัตตะเจือเจ้าน้ำเงินน้ำพี้กล้า
ตีเป็นดาบพระขรรค์สรีศรีไชยยา                   พระขรรค์เงินเทวาดาโสฬสทศพล
เหล็กทะแนงฉแลงผีที่เสียบศพ                     ไม้กระคบกลบฝากลากโลงผี
กลดประตูกลอนไคว้ขังสลักมี                      หลอมให้ดีเป็นอถรรพ์คันธนู
หล่อเหล็กกล้าห้าชนิดอันพิศาล                    พิสดารยอดเศวตฉัตรพระพุทธรูป
ยอดปลายธงองค์ชัยยืนยงค์                         ยอดปลายตรงสถูปพระเจดีย์
ยอดปฏักปักลายป้องกันทุ่ง                         สำริดปรุงเทวาองค์ตรงปลายผม
ใช้ควันไม้มะเดือเจือควันทอง                       เผาเหล็กพองละลายเหลวในครึ่งวัน
เอาไม้จันทน์กฤษณามารมเผา                      ให้เท่าๆเจ็ดราตรีศุกรวาลหน
หล่อเป็นศรหัวแหลงแทงมน                        แลพิกลไม่น่าคมสมประดี
เอาประคำดีควายมาชุบเคือบ                       ละเหลือบน้ำทองรองประสาน
ก้านมะกอกเหลาไว้ใช้เป็นงาน                      ขนนกสานเหยี่ยวกล้ากอปรธนู
          อันกระสุนลูกตะกลั่วมิอาจเข้า            กระสุนเนาเหลื่อมเพชรมิอาจหาญ
กระสุนซองนกสับปืนแสงกาฬ                      มิแผ้วพาลผิวสมิงให้คายระเคือง
เอาดีบุกสุกตะกั่วพรวงเงินเหล็ก                    ทำเป็นเม็ดนิ้วก้อยคอยไว้ท่า
ตอกดินปืนผสมคาบงูเห่านา                         เอาหินผามากระทบประกบกัน
ลงอักขระนะพิฆาตไว้ที่ปิด                           แล้วเขียนขีดปิดกระบอกตรอกสลัก
ด้วยกลลักยักษ์สุวรรณคาถา                        เป็นมนต์ตาประสิทธิ์ฤทธิ์คาถา
กำราบเสือคะนองเดชกระโดดมา                  ยิงหนึ่งคลาดสินลายที่พาดกร
          นำศาสตราอาคมที่ได้สร้าง                มาไว้กลางปรำปรัมนำคาถา
ปลุกเสกเลขยันต์น้ำมันทา                          เขียนจารตราอาถรรพ์พันวิธี
ปักช่อธงตรงมุมทั้งสิบหก                           ใบโพธิ์ปกมุมมิดทิสอาศรม
แล้วจุดไม้ท่อนจันทร์ทันควันรม                    ให้ลุกโหมบูชาเพลิงอัคคี
ร่ายพระเวทมนต์ตราอันศักดิ์สิทธิ์                  ร่ายโอมอิศวรเวทบริขาล
ธนูเวทเสกไว้บริบาล                                 ถ่มประสานศาตราพระอาคม
          แม้พบเสือสมิงวิ่งมาหา                    จงใจกล้าสู่เสืออย่าวิ่งหนี
แทงที่อกตรอกหัวในทันที                           สิ้นชีวีเสือร้ายในบัดดล
ยิงกระสุนกลางหน้าผากก็ฆ่าได้                    แลตัดกายกลางหัวใจใช้ประหาร
ยิงธนูรเวทแทงสะกดบ่วายปาน                    สะกดวิญญาญเสือร้ายคลายชีวิล
          บ่มีศาสตราแลอาวุธ                       หมดหนสุดวิสัยมาประหาญ
ให้ตั้งจิตเป็นมิตรพรหมประทาน                   ไมตรีกาลเมตตาแผ่ออกไป
แลละกดเป็นนะลงหน้าผาก                        แล้วใช้ลากโมไขว้ไปทางหลัง
ลงพุทธาที่ท้องเป็นกำลัง                            ยะไปหลังหางมัดกลัดอักขรา
ดุจพุทซ้อนนั่งไว้บนหลังเสือ                        บ่อาจเอื้อเคลื่อนขยับแลเลื่อนไหว
เสือนิ่งสนิทไม่กระดิกนวดขนไร                    สะกดไว้ด้วยพุทธคุณคงบารี
แล้วเพ่งนะนิพพานไว้ที่อก                          ให้ปิดปกตกไว้ในใจเสือ
หนุนนำทางมนุษย์ยื่นช่วยเหลือ                    เปิดทางเผื่อใจคนดลกลับมา
          จงเร่งรีบบริกรรมพระคาถา              วิปัสสนาเจริญพระกรรมฐาน
พระปริตรบ่นไว้อภิบาล                             ผจญกาลเสือร้ายมิกล้ำกลาย
                                       
๙ มหาเวทย์

               ------------------------------------------------------------------------

ภาคผนวก

                  ยันต์พญาเสือเหลียวหลัง                                         ยันต์เสือคู่

                    ยันต์เสือเหลียวหลัง                               ยันต์พญาเสือ



                          ยันต์เสือโผน                                     ยันต์เสือฟุบ
ยันต์เสือไต่ผา                                 ยันต์เสือเหินหาว
                        ยันต์เสือล่าเหยื่อ                                  ยันต์เสือผยองเดช
ยันต์เสือออกศึก                                                ยันต์หัวเสือ     
           

คาถาเสือโคร่ง

โอม เสือโคร่งตั๋วลายหลวง                โอม เสือเหลืองตั๋วลายจ้ำหล่อ
โอม เสือแผ้วตั๋วสอดลายแซง             เสียงกูแรงดั่งจ้างพลายโขลง
กูออกจากบ้านกูกิ๋นแสนเรือน            กูออกจากเมือง กูกิ๋นแสนโขลง
เสียงกูดังคละคลื้น สนั่นปื้นนางธรณี    เสียงกูมีอำนาจข้าศึกขาดใจ๋ต๋าย 
คนตังหลายหันหน้ากูเหมือนหันแสงตะวันหลวง ออกมาต้องหน้า โอม สวา ฮะ โฮก
โอม เสือโคร่งตั๋วลายหลวง                โอม เสือเหลืองตั๋วลายจ้ำย้อย
โอม เสือแผ้วตัวสอดลายแซง             เสียงกูแรงดั่งจ๊างเจ็ดสาร หาญกูมีเก้าเขื่อน
ปักแม่ธรณีเสียงกูมีอำนาจ                ข้าศึกขาดใจ๋ตาย โอม สวา ฮะ เท็ค
โอม พยัคฆ์โข มหาพยัคฆ์โข              กูไปตางใด ฤทธิ์ธี กูไปก่อนหน้า
กูเยี่ยมจั้นฟ้าขอให้คว่ำขาดถึงทราย     สัตว์ตั้งหลายก็ตายมีมาก พระเจ้าหาก
ให้กำลังแก่กู  โอม พยัคฆ์โขมหาพยัคฆ์ โอม สวา ฮะ ฮูม ฯ

คาถาเสือเย็น (เสือสมิง)
          โอมปิติอิ พยคฺโฆ  กายวณฺโณ  จิตฺตเทโห  กูจักเป็๋นเสือโดดโลดเต้นไปมา  อาวุธฺธา  น  กริสฺสนฺติ  สพฺพาวุธฺธํ สพฺพนฺตรายํ  จงอย่ามาใกล้ได้ เนื้อหนังกูแข็งดังเพชรต้านหอกดาบและปื๋นไฟ  กูจักเป็นเสือในบัดนี้  จงมีฤทธีดังพญาช้างสานในบัดเดียว  มะ อะ อุ อุ อะ มะ สฺวาหะ คง คงโฮก ฯ

คาถาปลุกเสกเสือสมิง
โอม เพี๊ยกโค มหาเพี๊ยกโค  ตัวกูนี้ชื่อว่าพ่อพญาเสือโคร่งหน้ากูเป็นเข้าเม่า
กูเป็นเจ้าหมู่แห่งดงดอน                  มนุษย์สากลทั้งหลายบ่อาจมาโคจรสิงใด
คนใต้ลุมฟ้าส่างทั้งเมือง                   ตากูเหลืองดั่งพระอาทิตย์ฤทธิ์คือกงจักร
เขี้ยวกูเป็นเพชร เล็บกูเป็นศร            ขนกูเป็นหลาวเหล็กหลาวทอง
พระยาเกลื่อนฟ้า เกลื่อนลิ้นอยู่ปากกู   ลุกเป็นไฟประลัยกัลป์ ควันอยู่ทั่วฟ้า
เมื่ออ้าปากร้องก้องขอให้เสียงแข็ง       เสียงดังแรงเกลื่อนเก้า
เหมือนดั่งฟ้าตื่นเต้าเดือนหก             มนุษย์สากลทั้งหลายมันได้ยินเสียงกู
มันตกใจสะท้อนตับมันย้อนอยู่ทึมทึมทึมโดนอาถรรพณ์กูไปข่ม ฯ 

คาถาเสือโคร่ง
          โอมเสือโคร่งตัวหลวง   โอมเสือเหลืองสอดเสี้ยวแสนตา
เสียงกูแรงดั่งช้าง                  กูนี้มีแรงดั่งช้างพลายโขลง
กูออกบ้านกูกินแสนเยื่อง        กูออกเมืองกูกินแสนโขลง
เสียงกูดังคระครื้นพื้นธรณี       เสียงกูมีอำนาจ ข้าเสิกขาดใจตาย โอม สวาหะ เถ็ก ฯ

คาถาเสือโคร่ง
          โอมเสือโคร่งเจ้าตัวลายเนือง    เสือเหลืองลายจำหลอดเสือแผ้วสอดแสงตา
ฤทธิ์กูแฮงกว่าช้างสารทั้งพายใหญ่      เมื่อกูเข้าไปบ้านกูได้แสนพล
เมื่อกูเข้าเมือเมืองให้ได้แสนเถื่อน        เมื่อกูอ้าปากฮ้องเสียงกูก้องทั่วท้องธรณี
ให้เสียงกูมีอำนาจกูผาบแพ้ฝูงหมู่มาร ฯ

คาถาเสือ
โอมเสือโคร่งตัวเรียงราย โอมเสือเหลืองตัวสอดเสี่ยว
มึงซิกินบ้านกูซิกินเมือง เสียงกูก้องต้องตื่นธรณี
ฤทธีกูแก่กล้าข้าศึกเห็นกลัวตาย โอมสะโหมติ๊ด ฯ

คาถาเสือโคร่ง
          โอมอ้าลายเลียง โอมเสือเหลืองลายลอด
โอมเสือโคร่งแผ้วอ้ายลายลอดต๋าแสง หื้อตั๋วกูแฮงดั่งจ้างพลายสาร
หื้อตั๋วกูหาญดั่งจ้างพลายใหญ่ ข้าเศิกหันกูหื้อขาดใจ๋ต๋าย โอมสวาหายเถ็ก ฯ

คาถาเสือเผือก
                    ตะโย สิหะมิคคะลาซาเตชะ ทันตะ อะภันทะสา
                    มะหันตะ ตะละสะ มะโนเต ปิตตะ
                    อะนุรักขันตุ อะโลเคยะนะ สุกเขนะจะ
 ๚ะ๛

คาถาหัวใจเสือโคร่ง
                             สุสะสุสัง อะระหังวาวา พยัคโฆจะ ๚ะ๛
คาถาหัวใจเสือ
                             กุรุสุกุ รุสุกุกุ สุกุกุรุ กุกุรุสุ๚ะ๛

คาถาพญาเสือโคร่ง
                   พยัคโฆ พยัคฆา สัญ ญา ลัพ พะ ติ อิ ติ หิ หัม หึม 
๚ะ๛


คาถาพญาเสือมหาอำนาจ
                    ตะมัตถัง ปะกาเสนโต            ตัวกูคือ พญาพยัคโฆ
                    สัตถาอาหะ พยัคโฆ จะ          วิริยะ อิมังคาถามะหะ อิติ ฮ่ำ ฮึ่ม ฮึ่ม
 ๚ะ๛


                      ------------------------------------------------------------------------

อวสานบท

ยามใดพยัคฆาออกล่าเหยื่อ                         จักทระนงอย่างเสือออกเดินไพร
เสือเด็ดเดี่ยวมิกลัวซึ่งผู้ใด                           กล้าหาญชาญชัยน่ายำเกรง
ยามใดพยัคฆานั้นได้เหยื่อ                           เป็นดุจเสือซ่อนซุ่มหิวกระหาย
เหยื่อมิรู้มิเห็นในเล่ห์ร้าย                              เสือย่างกลายดุจเงาที่ตามตัว
ยามใดพยัคฆานั้นฆ่าเหยื่อ                           เขี้ยวเล็บเถือขบกัดขวัญผวา
กระโดดโจนโผนงับทันตา                            บ่ท้วงท่าลีลาฆ่าเด็ดเดียว
ยามใดพยัคฆาเข้าต่อสู่                                  พิศดูฤทธิ์อำนาจขยาดใหญ่
ข่มเขย่งเข่นเขี้ยวกรอกไกล                           คำรามใคร่ขู่ข่ามเข้าประจัญ
ยามใดพยัคฆานั้นบาดเจ็บ                             บ่เก็บเล็บเก็บเขี้ยวก้มหัว
สู้ตายไม่วายชีพก็รอดตัว                                มิกลายกลัววิ่งหนีสู้แค่ตาย
ยามใดพยัคฆาเจ้าบาดเจ็บ                              บ่เที่ยวเท็จเที่ยวหาว่าผู้อื่น
บ่วิ่งโล้หาคนช่วยเหมือนหมาตื่น                    ทุกวันคืนเสือเข้าถ้ำรักษาตัว
ยามใดพยัคฆาตายเจ้าวายชีพ                          ดังประทีปแสงสว่างจักอับแสง
ไว้ลายลาดพาดกรสอนสำแดง                         เป็นชาติเสือเชื้อกล้าแกร่งแห่งสมรภูมิ
ปล. แด่ทหารนายหนึ่งผู้เป็นรั้วของชาติ

ปริวรรคมาแต่ประการละฉะนี้    ๙ มหาเวทย์

5 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ8 กรกฎาคม 2559 17:25

    ไม่เข้าใจคาถานี้ว่า ถ้าใช้ไปแล้ว จะกลายเป็นเสือเลย หรือเป็นคาถาอำนาจ อยู่ยงคงกระพัน

    ตอบกลับลบ
    คำตอบ
    1. คาถาและยันต์เหล่านี้ทำให้กลายเป็นเสือแบบตรงๆไม่ได้หรอกนะครับ เพราะเป็นคุณทางคงกระพันและอำนาจ แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดก็เสื่อมหรือไม่ก็ของเข้าตัวไม่ตายก็กลายเป็นเสือสมิง ส่วนถ้าอยากจะกลายเป็นเสือแล้วยังมีความเป็นมนุษยืหลงเหลืออยู่มันไม่ง่าย และมีวิชาเฉพาะ ที่เห็นกันบ่อยๆเสือเจ็ดป็อดจะใกล้เคียงกับเสือมากสุดแล้ว ส่วนผมคิดค้นใหม่เป็นเสือเก้าป็อด

      อ่านดูๆดีนะครับ คนเขียนซ่อนอะไรไว้เยอะแล้วนะ หรือข้ามส่วนสำคัญไปอ่านส่วนที่ไม่สำคัญก็จะไม่เข้าใจ

      ๙ มหาเวทย์

      ลบ
  2. ผมหามานานและขอบคุณมากๆครับ

    ตอบกลับลบ
  3. อยากทราบข้อมูลของ ยันต์ เสือหัวขาด หางดวน มีข้อดีขอเสียและผู้ถือไม่ได้เป็นเช่นไรค่ะ
    กราบขอบพระคุณสำหรับสาระหน้านี้ด้วยเป็นธานให้ผู้รู้และเป็นประโยชน์มากมาย

    ตอบกลับลบ