ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างคำฉันท์

ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างคำฉันท์
ผู้แต่ง
: ขุนเทพกระวี

   อัญขยมสดุดีพระไพร          ป่าดงพงใน
   สระสโรชมหิมา
   ฉทึงธารคิรีเหวผา              ไม้ไล่นานา
   อเนกพฤกษพิศาล
   ป่งป่าท่าทางเที่ยวธาร          อันจรสบสถาน
   ข้าขออำลาพระไพร
   พระพนัศบดีผองสบไศล       ดูข้าตั้งใจ
   ทำนุกอำรุงผดุงผดา
   เทียนธูปแลประทีปชวาลา           เครื่องโภชนกระยา
   สังเวยประดับทุกพรรณ
   กล้วยอ้อยพร้าวตาลสบสรรพ์       ถวายแก่พระกรรม์
   ประสิทธิพระไพรพน
   ลาเทพทั้งพื้นไพรสณฑ์              จงรักษ์ดำกล
   หฤไทยตั้งรักษา
   อย่าได้เบียดเบียนบีฑา               ภูธรประชา
   ทั้งปกทั้งปวงเดินดง
   มาลาแลเสวตรฉัตรธง             ถวายด้วยใจจง
   จงท่านอย่าได้บีฑา
   ได้เดินใกล้รายไปมา               ขอโทษอำลา
   อย่าต้องอย่าพาลเบียดเบียน
   ขอจงศุขสถาพรเสถียร              อย่าได้วนเวียน
   อัญเชิญธสถิตย์ในไพร
   ช้างใดต้องบาศบไคล               จำนองจองไป
   ประโยชน์เลี้ยงรักษา
   อย่าได้แดเดือดโศกา                อย่าครำ่ครวญหา
   พ่อแม่พี่น้องเผ่าพันธุ์
   เมืองโพ้นนางช้างก็สกรรค์          ย่อมโขลงแส้งสรรค์
   ลำเภาดำเนินโสภา
   กล้วยอ้อยพร้าวตาลนานา           หญ้าเผือเหลือตรา
   อเนกด้วยอาหาร
   ป่าดงฤาจะเปรียบปูนปาน            เบื้องศุขสำราญ
   ในไพรพนมชมผา
   เมื่อนอนร่มไม้สาขา            หญ้าแฝกแขมคา
   แลเงื้อมชรง่อนเทินเขา
   เมืองโพ้นโรงรัตนพัฬเหา     พเนกจลุงเกลี้ยงเกลา
   เมลืองบได้เคืองรคาย
   ท่าทางเดินเหินก็สบาย         ควาญคชกับนาย
   ประจำบห่อนคลาไคล
   อ้าพ่ออย่าคิดแก่ชนนี           แลชนกในกลางไพร
   อ้าพ่ออย่าคิดภคินิใน           พนสณฑสิงสถาน
   อ้าพ่ออย่าคิดคณผู้บุตร           อันเสน่หนงพาล
   อ้าพ่ออย่าคิดคชผู้หลาน          เหลนเหลือลืดแลพงษ์พันธุ์
   อ้าพ่ออย่าคิดพนสรนุกนี้         ศุขเล่นพนาวัน
   อ้าพ่ออย่าคิดศุขในบรร          พตห้วยฉทึงธาร
   อ้าพ่ออย่าคิดศุขในป่ง            ดในป่าพฤกษาสาร
   อ้าพ่ออย่าคิดแก่บริพาร          อันเปนเพื่อนในไพรพนม
   อ้าพ่ออย่าคิดคชสุคน             ธอันเคยภิรมย์ชม
   ดอกไม้อันหอมคชผธม           ขจรกลิ่นวังเวงใจ
   อ้าพ่ออย่าคิดแก่พลผลา          ภักษหญ้าอันมีใน
   ธารน้ำอันไหลวิสุทธใส            แลมาเลี้ยงแก่ตนเอง
   อ้าพ่ออย่าคิดทุกขบัดนี้            ทุกขแต่หลังบุราณเพรง
   อ้าพ่ออย่าคิดทุกขวังเวง          เลยณพ่อจงตามครู
   ต้องบาศเรานี้ฤณพ่อ               เพราะเสน่หแห่งกู
   พังพลายอันใดกลดำรู             ก็จะเลี้ยงจะล่ามสงวน
   อ้าพ่อจงเสียพยศอันร้าย          แลอย่าขึ้นงทรหึงหวล
   หล่อหลอนอย่าทำกิจบควร      และอย่าถีบอย่าฉัดแทง
   อ้าพ่อจงเสียพยศอันเปลื้อง        แลอย่าเลื่อมกำแหงแรง
   พ่อจำอันสอนจิตรอย่าแคลง       แลจงรักทั้งหมอควาญ
   จงมีจริตสุทธิอันงาม                 สบงเสงี่ยมแลเสี่ยมสาร
   พวกพ้องนิกรบบริพาร              บริรักษ์รักษา
   อ้าพ่ออย่าโศกอย่าทุกข์เลย         แลอย่าเศร้าอย่าโศกา
   อย่าให้พิลาปจิตรอา                 ดุรเลยจงยลยิน
   อ้าพ่ออย่าโทษบิดรมา               ดรโทษอันเพื่อนกิน
   อ้าพ่ออย่าโทษนรนรินทร์           ทั้งนี้ย่อมอำเภอกรรม์
   อ้าพ่ออย่าโทษชนผู้ใด          แลพระพรหมหากสรรค์
   มาเปนชำนินรนิรัน              ดรเลี้ยงบำเรอหใน
   จงพ่ออย่าได้ทุกขทุกขา         ดุรเดือดรฤกไพร
   จักนำยังโรงรัตนประไพ        จิตรจงสำราญรมย์
   หนึ่งโสดสมเด็จบรมหง         ษ์คือองค์พระพรหม
   รังสฤษดิสรรคพ่อมาสม         เปนวรพาหนภูเบนทร์
   อย่าโทษพ่อแม่คณพี่น้อง        แลจงคิดคำนึงเหน
   โทษกรรมเองก็บมิเว้น          บมิแวะจะหลีกกรรม์
   จงตั้งมโนชที่จะไป           บุริรมยหฤหรรษ์
   จักเห็นสระกุสุมพรร          ณสนุกนิชื่นชม
   มีบัวบุษย์บานอุบลจง        กลนีก็สรบสม
   ใบบัทมแบ่งแลก็สลม        ก็สลอนทั้งสระศรี
   ตั้งใจราพ่อคชจงเดิน         คลในพระบูรี
   อย่าคิดลำเนาพนอันมี        คชเคยทรเหหวน
   พ่อแม่พี่น้องอันเปนเสน่     หทั้งนั้นอย่าเครงครวญ
   จงพ่อมาเสียพยศมายวล     จิตรโดยตูสมพอง
   แต่นี้พนาทาง                ก็กระดาษทั้งผอง
   ร่มราบคือน่ากลอง         แลธแกล้งประดับดา
   ครั้นพ่อแลดีแล้ว           วรรราชราชา
   จักเปนคเชนทรา             ธิปดินทรฤาไกร
   มีพวกจเกี่ยวหญ้า           มาส่งให้บยากใจ
   จักกินอันใดใด               ก็จะได้ดั่งใจปอง
   หนึ่งโสดนายแลควาญ      จะรักษาบให้หมอง
   ขัดสีดูเรืองรอง               บมิให้มีมลทิน
   ที่อยู่จะใครอยู่              ทั้งที่กินจะใคร่กิน
   จงพ่อมายลยิน             คดีอันกูกล่าวสาร
   หนึ่งโสดประดับด้วย      คชาภรณ์อลงการ
   ชนักแร่งประแอกอาน     แลตระพัตรคนควร
   อยู่ป่าไซ้ถีบฉัด             แลหล่อแทงทรหึงหวน
   จงเสียพยศทั้งมวญ        แลมาเชื่องเปนสารศรี
   จักเปนชำนิภู                ธรเกล้าตรีโลกีย์
   ปราบราชไพรี               แลจงจำอันสั่งสอน
   หนึ่งโสดกรินีสาทร        อันผูกด้วยสร
   มนัศใจเสน่หา
   ขอแต่พระไพรคณา        ตูจักลีลา
   ยังศุขรมยบุรี
   จงตั้งใจเดินด้วยดี         อย่ารำพึงศรี
   แลสระสโรชในไพร
   ร่มรื่นพื้นป่าพอใจ          เปนที่อาไศรย
   สนุกนิ์สำราญบรรธม
   ป่งป่าท่าทางเคยชม                 ในพระบุรีรมย์
   สนุกนิ์กว่านี้แสนทวี
   น้ำไหลไคลคลายเปรมปรีดิ์       บัวจงกลนี
   ทั้งหญ้าระร่อนอ่อนหวาน
   อุบลสัตบันแบ่งบาน                นานาผลาหาร
   สำราญภิรมย์อนันต์
   อย่าคิดถึงเผ่าพงษ์พันธุ์             พี่น้องพ้องสรรพ์
   ลูกจรัลจรกลางแด
   แม่ลูกผูกรักเลงแล               เคยเคียงผันแปร
   แลแล่นมาเคล้าคลึงกัน
   แม่รักลูกรักจรจรัล                พลายพังก็กระสัน
   ทรหึงทรโหยโหยหา
   ไห้ห่มรมยวนไปมา               อย่าเศร้าโศกา
   ทั้งนี้ย่อมแรงกรรม์
   กมลาศน์ธแกล้งเกลาสรรค์      อย่าโทษพงษ์พัน
   ธุทุกเทพยมานุษย์เลย
   แต่นี้จงสร่างสรเบย             ทุกขหลังอันเคย
   พิบากลำบากเหลือใจ
   เมื่ออยู่ป่าดงพงไพร            หากินเองใน
   พนานตยากหนักหนา
   หนึ่งโสดฝุ่นทรายตรึงตรา      นอนแนบหินผา
   กระด้างกระเดื่องทั้งตัว

   แต่นี้เกลือกตมทรายมัว         บมิได้พอกพัว
   เพราะนายแลควาญรักษา
   แต่นี้ไปโดยรัถยา                     ทางท้องมหิมา
   สลมสลอนพร้าวตาล
   หญ้าปล้องหญ้าหวายแลลมาน     อ้อยช้างตระการ
   ทั้งข่อยแลแขมโพบาย
   หนึ่งโสดฝูงช้างพังพลาย             อยู่เมืองโพ้นหลาย
   คเชนทรเผือกพัฬเหา
   ลางตัวตัวผู้มาเอา                     กลิ่นตัวเมียเมา
   รดีรดัสกำจร
 ย่อมช้างมีลักษณบวร             ชำนิภูธร
   ธิราชเจ้าจอมไตร
   ส่วนกรินีโสดก็จะไป              อยู่โรงเรียนใน
   กรลาบังคัลคนผจง
   เทียมเทียบเกยรัตนยรรยง        แนมแนบพลายพงษ์
   เชื้อคเชนทรอันดี
   จงเสียพยศร้ายราวี                วัดวายถีบตี
   ทั้งฉัดแลหล่ออย่าทำ
   สั่งสอนอันใดพึงจำ                อย่าได้ฝ่าคำ
   อันกล่าวนี้หนอจงตาม
   ครั้นดีเชื่องชาญในสนาม          กินผอกเหลือหลาม
   สนุกนิอยู่หรรษ์
   อาภรณ์ประดับสรรพสรรพ์        คับควรทุกอัน
   กระพัตรคนซองหาง
   ชนักแร่งแลพนาศสำอาง           งามทั่วสรรพางค์
   คล้อยดำเนินโสภา
   เปนพาหนสมเด็จราชา            ผ่านผ้าสีมา
   อรินทรเรียบฤาเสบย
   ใต้ฟ้าฤาจะเปรียบปูนเลย         โอ้กรินีเอย
   ประเสริฐแลใดปาน
   ขอเทพารักษ์ทุกสถาน            จงช่วยบริบาล
   สถิตย์ทั้งทั่วสรรพางค์
   ฤาษีสิทธิสถิตย์บาศอย่าวาง       ทั้งสี่ในปาง
   นี้หนอจงช่วยรักษา
 ช้างใดต้องบาศอย่าคลา            ผลนั้นมหิมา
   ครั้นสิ้นชีวิตรไปสวรรค์
   ส่วนช้างพังพลายสบสรรพ์         ไป่ต้องบาศอัน
   พิเศษเลื่องฤาไกร
   จองอยู่ป่าดงพงไพร                 แผ่เผ่าพันธุ์ใน
   พนานตให้มากหลาย
   หนึ่งจงเลี้ยงม่ามอ่ามสาย           ลูกเต้าพังพลาย
   แลพรรค์คเชนทรมากมี
  จงชมพนสณฑคิรี             ในไพรพงพี
   สนุกนิเสนาะหัวใจ
   จงชมเทินธารน้ำไหล         คล่าวคล้ายแสงใส
   แลออกแต่เงื้อมแง่เขา
   จงชมบึงบางเซราะเซรา      ที่ธารทางเทา
   แลเที่ยวมาจวบจบกัน
   จงชมพฤกษาหลายพรรณ    ต้นเรียบเรียงรัน
   แลร่มชรอื้อใบบัง
   จงชมดอกโดรทั่วทัง             ป่าปรือไพรกรัง
   สนุกนิเร่งเชยชม
   ครั้นแล้วบาศธก็จะสม           สบบาศคือพรหม
   ไว้ประสิทธิสบสรรพ์
   ส่วนเจ้าป่าดงพงษ์พันธุ์          เทพารักษ์อัน
  อเนกทั่วไพรกรัง
  ข้าขอฝากทั้งพลายพัง            อันได้ด้วยหวัง
  แลบาศไปคล้องตรึงตรา
 จงเทพารักษ์รักษา          คุ้มเกรงกรุณา
   ตูข้าจะนำเอาไป
   ส่วนพระภูธรผู้ไกร         ขอลาพระไพร
   ไปยังอโยทธยาศรี
   จงสถาพรศุขมากมี          ขอลาพระไพร
   หฤไทยมีหฤหรรษ์
   ทั้งนี้โสดองค์พระสรร       เพชญไท้ทรงธรรม์
   เลิศนิล้ำไตรตรา
 แก้กลอนกัมพุชภาษา          แจงแจ้งเอามา
   เปนสยามพากยพิไสย
   ฝ่ายข้างไสยสาตรนี้ใคร        ฤาจะเปรียบปูนใน
   พระองค์ไท้ทรงธรรม์
   เมื่อเสร็จการอุดมกรรม์         ได้ช้างเผือกอัน
   วิสุทธิสารบวร
   ทุกเทพทั้งหลายชมอร          จึ่งอวยพระพร
   แก่พระผู้เลี้ยงโลกา
   พระชนมยืนมหิมา                   สิบร้อยพรรษา
   พระเกียรติล้ำแสนกัลป์
   ศักดิสิทธิฤทธิเดชสบสรรพ์          โองการอันพรร
   ณาประสิทธิกิจการ

ฉบับถอดความ
ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง

    1. ข้าพเจ้าขอถวายสุดดีพระไพร เทพผู้สถิตในป่าเขาและในสระบัวใหญ่
    2. ในแม่น้ำลำธาร ภูเขา หุบเหว ต้นไม้ นานาชนิด
    3. ข้าพเจ้าขออำลาป่า ท่าน้ำที่ได้เคยท่องเที่ยวทั่วทุกแห่งหน
    4. ข้าพเจ้าขออำลาพระไพร ผู้เป็นใหญ่ในป่าเขาทั้งหลาย ซึ่งข้าพเจ้าตั้งมั่นที่จะบำรุงรักษาถวายความเคารพ
    5. ด้วยเครื่องสังเวยอันประกอบด้วย ธูปเทียน ประทีป เครื่องโภชนาหารนานาชนิดครบครัน
    6. ทั้งกล้วย อ้อย มะพร้าว ลูกตาล ขอถวายสิ่งทั้งหลายแต่พระกรรมบดีผู้เป็นพระไพรผู้ยิ่งใหญ่ในป่า
    7. ข้าเจ้าขออำลาเทพทุกองค์ที่สถิตในป่า ได้โปรดรักษาข้าพเจ้าให้ปลอดภัย
    8. อย่าเบียดเบียนกษัตริย์หรือปวงชนที่เข้ามาเดินในป่า
    9. ขอถวายดอกไม้ เศวตฉัตร ธง ด้วยเจตนาอันแน่วแน่ ขอพระองค์อย่าได้รบกวนเลย
    10. ที่เคยได้เดินเฉียดไปมา ก็ขออภัยโทษและขออำลาจากไป อย่าโกรธอย่าเบียดเบียนเลย
    11. ขอพระองค์จงมีความสุขยั่งยืนนาน อย่าตามไปรบกวน ขอเชิญสถิตอยู่แต่ในป่านี้เถิด
    12. ช้างที่ถูกคล้องด้วยเชือกบาศและถูกจับไปนั้นก็เพื่อไปเป็นประโยชน์จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี
    13. ขอ (ช้างที่ต้องบาศ) อย่าได้โกรธเคือง โศกเศร้า และคร่ำครวญหาพ่อแม่พี่น้องและเผ่าพันธุ์
    14. ในเมืองมีนางช้างที่แข็งแรงสวยงามอยู่รวมกันเป็นโขลง ท่าเดินสง่างามราวแสร้งสรรค์
    15. อาหารการกินก็บริบูรณ์ มีทั้งกล้วย อ้อย มะพร้าว ตาล และหญ้ามากเหลือเฟือ
    16. สุขสำราญอย่าที่ในป่ามิอาจเปรียบปานได้ อยู่ในป่าก็จะได้ชมแต่ภูเขาหินผา
    17. ยามนอนก็ต้องนอนใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่นอนมีแต่หญ้าแฝกหญ้าแขม หญ้าคา และเงื้อมเขา
    18. ส่วนในเมือง มีที่อยู่ใหญ่โตงดงาม สะอาด มีหมอนหนุนและมีเสาเกลี้ยงเกลาไม่ระคายเคืองแต่ประการใด
    19. ท่าน้ำและถนนหนทางก็เดินสบาย มีควาญช้างและคนเลี้ยงประจำตัวคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
    20. ขอพ่อพลายอย่าด้มัวคิดถึงพ่อแม่พี่น้องที่ยังอยู่ในกลางป่าอีกต่อไปเลย
    21. ขอพ่อพลายอย่าได้คิดถึงลูกๆที่กำลังน่ารัก และอย่าคิดถึงหลานเหลนลื้อลืดและพงศ์พันธุ์เลย
    22. ขอพ่อพลายอย่าได้คิดถึงความสนุกสนานในป่า อย่าคิดถึงการท่องเที่ยวไปตามภูเขาและตามห้วยละหานอีกเลย
    23. ขอพ่อพลายอย่าได้คิดถึงความสุขในพงไพร อย่าคิดถึงต้นไม้และบริวารที่เคยอยู่เป็นเพื่อนกันในป่าอีกเลย
    24. ขอพ่อพลายอย่าได้คิดถึงกลิ่นหอมของนางช้างที่เคยชมเชย และกลิ่นดอกไม้หอมรัญจวนใจที่เคยดอมดมเมื่อยามนอน
    25. ขอพ่อพลายอย่าได้คิดถึงผลไม้และหญ้าที่ขึ้นอยู่ตามธารน้ำไหลใสบริสุทธิ์ ที่พ่อพลายได้เคยท่องเที่ยวหากินเอง
    26. ขอพ่อพลายอย่าคิดถึงความทุกข์ในปัจจุบัน อย่าคิดถึงทุกข์ในอดีตอย่ารู้สึกวังเวงใจ เพราะความทุกข์ ขอให้เชื่อฟังครูเถิด
    27. ช้างพลายและช้างพังถูกบ่วงบาศก์ด้วยเสน่ห์ของเรา ช้างใดที่มีลักษณะงามก็จะล่ามถนอมเลี้ยงไว้
    28. ขอพ่อพลายจงละพยศร้ายเสียเถิด อย่าโกรธขึง อย่าส่งเสียงเอ็ดอึงให้ปั่นป่วน อย่าสะบัด ทำสิ่งที่ไม่สมควร อย่าถีบ อย่าเตะ อย่าแทง
    29. ขอพ่อพลายจงละพยศเสียให้หมดเถิด อย่าทำรุนแรง จงจำคำสอนอย่ามิจิตคิดระแวงสงสัย จงรักหมอควาญเถิด
    30. ขอพ่อพลายจงมีความประพฤติที่บริสุทธิ์งดงาม มีความสงบเสงี่ยมอ่อนน้อม และจงมีความเอื้อเฟื้อต่อผู้คนและพวกพ้องที่มาดูแลอยู่รอบข้าง
    31. ขอพ่อพลายอย่าทุกข์อย่าโศก อย่าเศร้า อย่าร้องไห้ อย่าเร่าร้อนใจไปเลย จงตั้งใจฟังคำ
    32. ขอพ่อพลายอย่าโทษพ่อแม่ อย่าโทษเพื่อนฝูง อย่าโทษผู้คนหรือพระราชาเลย เป็นดังนี้เพราะกรรมเก่า
    33. ขอพ่อพลายอย่าโทษใครอื่นเลย เป็นดังนี้เพราะพระพรหมทรงสร้างให้เป็นช้างที่คนขับขี่และบำรุงเลี้ยงดูให้ความสุขสำราญ
    34. ขอพ่อพลายอย่าได้มีความทุกข์เดือดร้อนคิดถึงป่า จะพาพ่อพลายไปอยู่ในโรงช้างที่สวยงาม จงทำใจให้เบิกบาน
    35. ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพระพรหมผู้ทรงหงส์ได้ทรงสร้างให้พ่อพลายได้มาเป็นช้างทรงที่ดีของพระราชา
    36. อย่าโทษพ่อแม่พี่น้องเลย จงคิดว่าเป็นกรรมของตนเองซึ่งไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้พ้น
    37. ของจงตั้งใจให้แน่วแน่ว่าจะไปอยู่ในเมืองที่มีแต่ความสุขสำราญจะได้เห็นสระบัวหลากพรรณน่าชื่นชม
    38. มีดอกบัวนานาชนิดบานทั้งอุบล จงกลนี มีใบบัวชูสลอนเต็มทั้งสระ
    39. พ่อจงตั้งใจเดินจนถึงในเมืองอย่าคิดหวนกลับไปอยู่ในป่ากับเพื่อนพ้องผู้คุ้นเคยเลย
    40. อย่าคร่ำครวญหาพ่อแม่พี่น้องอันเป็นที่รักอีกเลย จงละทิ้งอารมณ์ที่มารุมเร้าให้พยศ จงมีใจยินดีตามที่ข้าได้ตั้งความปรารถนาไว้
    41. ต่อไปภายหน้าทางของพ่อพลายก็จะดี ร่มรื่นและราบเรียบราวกับหน้ากลอง ประหนึ่งมีผู้ตั้งใจประดับประดาไว้อย่างงดงาม
    42. เมื่อพ่อพลายได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีแล้ว ต่อไปก็จะได้เป็นช้างทรงของพระมหากษัตริย์ผู้มีฤทธานุภาพเกรียงไกร
    43. จะมีคนเกี่ยวหญ้ามาให้พ่อพลายกิน ไม่ต้องลำบากไปหากินเอง และถ้าพ่อพลายต้องการกินสิ่งอื่นใดก็จะได้สมใจปรารถนา
    44. นายช้างและควาญช้างจะคอยดูแลรักษา อาบน้ำขัดถูร่างกายให้สะอาดหมดจดดูสดใส
    45. ที่อยู่ก็น่าอยู่อาหารก็น่ากินขอพ่อพลายจงเชื่อฟังข้อความที่กล่าวนี้เถิด
    46. พ่อพลายจะมีเครื่องประดับที่งดงาม จะมีสายเชือกคล้องคอ มีกูบและสายรัดกูบกระชับพอเหมาะพอดี
    47. เมื่อพ่อพลายอยู่ในป่า เคยดิ้นเตะถีบใช้งาแทงส่งเสียงเอ็ดอึง ต่อแต่นี้ไปขอให้ละพยศให้หมด จงเป็นช้างที่เชื่องและดีงาม
    48. จะได้เป็นช้างทรงของกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ในโลกทั้งสาม สามารถปราบข้าศึกได้ราบคาบ ขอพ่อพลายจงจำคำสั่งสอนนี้
    49. อนึ่ง ช้างพังที่ยังรักและเอาใจใส่ก็ยังมีจิตใจรักอยู่
    50. ข้าขอลาพระไพรทั้งหลายเพื่อไปสู่เมืองซึ่งมีแต่ความสุขและรื่นรมย์
    51. ขอพ่อพลายจงตั้งใจเดินด้วยดี อย่าเป็นห่วงกังวลถึงช้างพังและสระบัวในป่าอีกเลย
    52. อย่าคิดถึงความร่มรื่นในป่าซึ่งเคยเป็นที่อยู่ที่นอนและที่เคยเที่ยวสนุก
    53. ป่า ท่าน้ำและทางเดินที่พ่อพลายเคยไปเที่ยวชมนั้น เมื่อเทียบกับบ้านเมืองแล้ว ในเมืองสนุกกว่านับแสนเท่า
    54. ในเมืองมีธารน้ำไหลชะล้างเหงื่อไคลและเล่นอย่างสนุกสนาน มีบังจงกลนีและมีหญ้าอ่อนๆรสหวานอร่อย
    55. บัวอุบลและสัตตบรรณแบ่งบาน ผลไม้ที่เป็นอาหารก็มีหลากหลายล้วนอร่อยน่ารับประทาน
    56. ขอพ่อพลายจงเลิกคิดถึงเผ่าพันธุ์พี่น้องทั้งหลายแม้ลูกรักดังดวงใจก็จงลืมเสีย
    57. แม่ช้างและลูกช้างที่รักและเคยอยู่ใกล้ชิดกัน จะจากไปจึงวิ่งเมาเคล้าเคลียกัน
    58. พ่อช้างและแม่ช้างจะจากลูกไปต่างก็คิดถึงลูก
    59. อย่าเฝ้าแต่ร้องไห้ทุกข์ร้อนอย่าโศกเศร้าไปเลย ทั้งนี้เพราะผลแห่งกรรม
    60. พระพรหมได้ลิขิตไว้ อย่าโทษพงศ์พันธุ์ตนเอง อย่าโทษทวยเทพหรือมวลมนุษย์เลย
    61. ต่อนี้ไป จงมีแต่สุขสบาย อันความทุกข์ลำบากที่เคยมีมาแต่หนหลังจงคลายลง
    62. เมื่ออยู่ในป่าคงต้องลำบากหากินเอง กว่าจะได้กินก็ยากหนักหนา
    63. อีกทั้งฝุ่นทรายติดตามตัว และต้องนอนตามหินผาที่แข็งกระด้างไม่สบาย
    64. ต่อนี้ไป เปือกตมทรายที่สกปรกก็จะไม่พอกอยู่ตามตัวอีกแล้ว เพราะมีนายช้างและควาญช้างคอยดูแล
    65. ต่อไปนี้จะเดินทางไปไหนก็มีแต่ถนนหนทางอันกว้างใหญ่รายเรียงไปด้วยมะพร้าวและตาล
    66. อีกทั้งหญ้าปล้อง หญ้าหวาย หญ้าละมาน ต้นอ้อยช้าง ข่อย แขมและโพบาย
    67. นอกจากนี้ในเมืองยังมีช้างพัง ช้างพลายและช้างเผือกมากมาย
    68. ช้างพลายบางตัวได้กลิ่นช้างพังก็รู้สึกหลงรัก
    69. ช้างบางเชือกมีลักษณะงามสมควรเป็นช้างทรงของกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่
    70. มีช้างพังมากมายอยู่ในโรงเรียงกันไป มีคนคอยเฝ้าดูแล
    71. จะได้เทียบเกยอันงดงามเป็นช้างทรงเช่นเดียวกับช้างพันธุ์ดีอื่นๆ
    72. จงเลิกพยศร้าย อย่าต่อสู้ อย่าเตะ อย่าถีบ อย่าสะบัด
    73. สั่งสอนสิ่งใดจงจดจำให้ดี อย่าฝ่าฝืน จงทำตาม
    74. เมื่อเป็นช้างที่ดี เชื่องและเก่งในการรบ ก็จะได้กินอาหารมากมาย มีความสุขสนุกสนาน
    75. จะได้ประดับอาภรณ์ครบทุกอย่าง มีกูบสายรัดและซองหาง
    76. มีชนักผูกคอและเบาะปูหลังทำให้ดูงามไปทั้งตัว เวลาเดินก็เดินช้าๆอย่างสง่างาม
    77. พ่อพลายจะได้เป็นพาหนะสำหรับกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินซึ่งเหล่าศัตรูเกรงขามและยอมอ่อนน้อม
    78. แม่ช้างเอ๋ย ในโลกนี้ไม่มีช้างใดจะประเสริฐเปรียบปานพ่อพลายนี้ได้เลย
    79. ขอเทพารักษ์ทุกแห่งหนโปรดช่วยคุ้มครองดูแลรักษาและมาสถิตอยู่ทั่วกายของพ่อพลาย
    80. ฤาษีสิทธิบาศทั้งสี่ผู้สถิตในบ่วงบาศ ขออย่าได้ละวาง จงช่วยรักษา
    81. ช้างใดถูกบ่วงบาศคล้องก็อย่าได้หลุดไป เพื่อเกิดผลอันยิ่งใหญ่ เมื่อสิ้นชีวิตแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์
    82. ส่วนช้างพังพลายทั้งหลายที่ไม่ถูกบ่วงบาศอันศักดิ์สิทธิ์เลื่องลือไปทั่ว
    83. ก็จงอยู่แพร่เผ่าพันธุ์ในป่าดงพงไพรให้มากหลายสืบไป
    84. อนึ่ง จงเลี้ยงดูลูกเต้าพังพลายจำนวนมากเหล่านั้น
    85. จงชมป่าเขาให้สนุกเพลิดเพลินใจ
    86. จงชมเนินเขา ลำธารน้ำใสซึ่งไหลออกมาแต่เงื้อมแง่เขา
    87. จงชมบึงบางที่เกิดจากธารน้ำไหลกัดเซาะมาบรรจบกัน
    88. จงชื่นชมพฤกษานานาพรรณที่มีลำต้นเรียบขึ้นเรียงรายเป็นแถว ดูร่มรื่นด้วยใบที่หนาแน่น
    89. จงชมดอกไม้ที่หอมตรลบทั้งป่าและต้นปรือที่ขึ้นทั่วทั้งป่าน่าชม
    90. ต่อไปภายหน้าพระพรหมก็จะทรงบันดาลให้ถูกคล้องมาได้ด้วยบ่วงบาศนี้
    91. เจ้าป่าและเทพารักษ์ผู้เป็นใหญ่ในป่า
    92. ข้าขอฝากช้างพลายและช้างพังที่คล้องมาได้ด้วยบ่วงบาศนี้
    93. ขอเทพารักษ์ได้โปรดคุ้มครองและกรุณาให้ข้านำไป
    94. ส่วนพระราชาผู้เก่งกล้าก็จะขอลาพระไพรกลับคืนไปยังกรงศรีอยุธยา
    95. ขอพระราชาทรงเป็นสุขสถาพร ยิ่งด้วยยศเหนือผู้ใดในโลก ทรงมีพรหฤทัยเบิกบานหรรษา
    96. พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้รอบรู้และตั้งมั่นในคุณธรรมอันประเสริฐเหนือบุคคลอื่นใดในสามโลก
    97. ทรงแปลคำประพันธ์ภาษาเขมรเป็นภาษาสยามได้กระจ่างชัด
    98. ทรงเชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์หาผู้ใดเปรียบปานมิได้
    99. เมื่อการประกอบพิธีครบถ้วน และได้ช้างเผือกอันงามบริสุทธิ์แล้ว
    100. ขอเทพยดาทุกองค์จงชื่นชมถวายพระพรแด่พระมหากษัตริย์
    101. ขอจงเจริญพระชนม์ยั่งยืนนานนับพันปี มีพระเกียรติเลิศล้ำแสนกัลป์
    102. ขอจบทรงมีความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์เดชครบทุกประการ ขอให้คำประกาศนี้จงประสบความสำเร็จเทอญ


การตั้งธาตุ

การตั้งธาตุ
                                                            
นะโมโอมนมัสการ ยกกรชุลีกราบไหว้วันทา บรมครูอาจารย์ใหญ่องค์สำเร็จลุน ผู้เป็นบุพพาจารย์ ยัมหัง ครูอาจาริยัง ปาทัง วันทิตะวา กะตัญชุลิง ฯ

ขึ้นต้นทางพุทธศาสตร์ และพระธรรมดวงแก้ว ๗ แล
           สาธุ สาธุ สาธุ อุกาสะ อุกาสะ อุกาสะ ข้าพเจ้าจักขออาราธนาเอาด้วงแก้วเจ็ด คือ พระอุปจารสมาธิ และพระอุปัญณาสมาธิทั้งเก้าประการ สิบกับดวงแก้วทั้งสิบอันบังเกิดแต่พระพุทธเจ้า แต่พระธรรมเจ้า แต่พระปัจเจกโพธิ์เจ้า และอรหันตาเจ้า ขอให้ดวงแก้วทั้งเจ็ด จงเสด็จมาอยู่ในขันธ์ทั้งห้าแห่งผู้ข้าในกาลบัดเดี๋ยวนี้เทอญฯ
แก้วมณีโชติพระยาจักรรักษาไว้ในป่าหิมพานต์
แก้วมณีจินดาอยู่หัวใจพระยาเทวดารักษาไว้ที่สูง
แก้ววัชชิระเพชระพระยานันทารักษาไว้ในถ้ำท่งเตง
แก้ววิเชียรพระยาพร้อมรักษาไว้ที่สูงกว่ากงแก้ว พระยาอินทารักษาไว้ในตาวติงสา
แก้วมณีสิบประการพระยาจงรักษาไว้ ในป่าพิมหานต์อยู่สะดือ
แก้วมณีจินดาสองพระยา เทวดารักษาไว้ในที่สูงอยู่หัวใจ
แก้ววัชชิระเพชระสามประการ พระยานาครักษาไว้ในถ้ำท่งเตงอยู่คอ
แก้ววิเชียรสี่พระยาพรหมรักษาไว้ในที่สูงอยู่ง่อน
กงจักรแก้วห้าพระยาอินทารักษาไว้ในตาวติงสาอยู่ปาก
แก้วไพฑูรย์หกพระยานาครักษาไว้ในเมืองนาคอยู่หัวทั้งสอง
มะ อะ อุ นะ อุ อะ นะ มะ แก้วมณีโชติอยู่หน้า แก้วไพฑูรย์อยู่อก อุ มะ นะ อะ นะ มะ อะ อุ แก้วปัทธรรมราชอยู่หน้า แก้ววิเชียรอยู่หลัง

อุณะโรปะบีสัฐถา เว
            สิทธิการิยะอาจารย์เจ้า ท่านยกมาจากพรหมวิหาร ให้เป็นทานแก่กุลบุตรทั้งปวง แก้วสิบหกยกเอาสี่ตัวพระเจ้าอยู่หัวตัวเดียวอย่าละ บุคคลผู้ใดแก้ได้จักได้พระนิพพานอย่างแท้จริงแล
นะ อุ นะ อะ นะ มะ                 บทนี้แก้วมณีโชติแล
มะ อะ มะ อุ มะ นะ                 บทนี้แก้วไพฑูรย์แล
อะ มะ อะ นะ อะ อุ                 บทนี้แก้วปัทธรรมราชแล
อุ มะ อุ นะ อุ อะ                    บทนี้แก้ววิเชียรแล
อะ มะ อะ นะ อะ อุ                 นะ อุ นะ อะ นะ มะ
            เมื่อเขาจะจับเราให้เอาสองบทนี้เข้าในตัวเราจับไม่ได้เลยแก้วทั้งสองลูก นี้จักรักษา อุคือพี่ อะคือตัวเรา นะคือพ่อ มะคือแม่แล
อะ นะ อะ มะ อะ อุ                 บทนี้เสกเป่าตัวกันได้สารพัดแล
นะ อะ นะ อุ นะ มะ     อุ นะ อุ มะ อุ อะ
สองบทนี้ภาวนา เจ็ดจบมักจักได้อันใดได้ดังใจมักแล

นะ อุ นะ อะ นะ มะ                 บทนี้ภาวนาเวลาจะไปทางน้ำแล
มะ อะ มะ อุ มะ นะ                 บทนี้ภาวนากันผีแล
อะ นะ อะ มะ อะ อุ                 บทนี้เสกด้ายมงคลกันไฟแล
อะ นะ มะ อะ อุ           อุ นะ อุ มะ อุ อะ          นะ อุ นะ อะ นะ       มะอุ อะ อุ นะ อุ มะ
สี่บทนี้ภาวนาเอาน้ำมากินได้ แลอยากได้อันใดภาวนาเอาได้ดังใจมักแล ถ้าจะทำการใดๆ หรือจะให้เป็นนกยาง ให้เสกด้วยอาโปธาตุร้อยเอ็ดคาบเป็นนกยางได้แล
ถ้าจะให้เป็นตั๊กแตน ให้เสกด้วยวาโยธาตุเป็นแล
            อาจารย์กล่าวไว้ว่าเส้นผมบังภูเขาให้แปลเอาไปให้ได้ถ้าบ่ได้ บ่พ้นทุกข์แลท่านเอย
อะ มะ นะ อุ ธาตุน้ำ
มะ นะ อะ อุ ธาตุไฟ
อะ นะ มะ อุ ธาตุดิน
มะ นะ อุ อะ ธาตุลม
อุ นะ อะ นะ มะ นะ
อะ อุ มะ อุ นะ อุ
นะ มะ อะ มะ อุ มะ
มะ อะ อุ อะ นะ อะ      สี่บทนี้ให้เอาเข้าทั้งสี่บทแล
นะ อุ นะ อะ นะ มะ
มะ นะ มะ อะ มะ อุ
อะ มะ อะ อุ อะ นะ
อุ อะ อุ มะ อุ นะ          สี่บทนี้ให้เอาเข้าทั้งสี่บทแล
๑. มะ นะ อะ นะ อุ นะ อะนุนะมะมะอุนะฯ บทนี้ให้บริกรรมให้เป็นคนหนุ่ม
๒. นะ อะ อุ อะ มะ อะ อุอะมะนะนะอะอุ ฯ บทนี้บริกรรมให้เป็นคนแก่
๓. อะ มะ อุ มะ นะ มะ นะมะอะอุนะมะอะอุ ? บทนี้บริกรรมให้เป็นตัวเล็กแล
๔. นะ อะ อุ อะ มะ อะ มะ นะอุอะนะอะอุ  บทนี้บริกรรมให้ตัวใหญ่แล
๕. นะ มะ นะ อะ นะ อุ อะอุนะมะอะอุ  บทนี้บริกรรมให้ตัวเป็นดีแล
๖. อุ นะ มะ อุ อะ อุอะมะนะนะมะอะอุอะอุนะ  บทนี้บริกรรมอึดใจคนไม่เห็น
๗. อะ นะ อะ อุ อะ มะ นะ มะอะอุมะอะอุ  บทนี้บริกรรมให้ฝนตก
๘. มะ นะ มะ อะ มะ อุ มะนะอุอะนะมะอะอุ  บทนี้บริกรรมหายตัว
๙. มะ นะ อุ  อะ  นะ  มะ อะ อุ มะ นะ อุ อะ  บทนี้บริกรรมให้ฝนตก
อะ อุ นะ มะ อะ นะ มะ อะ อะ มะ อุ นะ ธาตุลมไฟอาจารย์เจ้าให้พิจารณาเอา ใครไม่ได้ก็ได้แต่เป็นลมเสียเปล่าแล
นะมะพะทะ   น้ำทำน้ำมนต์                มะพะทะนะ    ดินทำอยู่ยง
พะทะนะมะ  ไฟทำทวนไฟ               ทะนะมะพะ    ลมทำความ
นะมะอะอุนะมะพะทะจะพะกะสะโสสะอะนิ    ธาตุน้ำ
มะนะอุอะมะนะทะพะกะสะจะพะกะสะโสนิอะ   ธาตุดิน
อะอุนะมะพะทะนะมะ กะสะจะพะอะนิโสสะ   ธาตุไฟ
อุนะมะอะทะพะมะนะสะจะพะกะนิอะสะโส   ธาตุลม
สิทธิการิยะจะกระทำการใดๆ ให้รู้จักธาตุสี่จึงประเสริฐแล นะคือธาตุน้ำ มะคือธาตุดิน พะคือธาตุไฟ ทะคือธาตุลม
ถ้าจะกระทำการใดๆ ก็ดี ถ้าวันอาทิตย์ วันจันทร์ ธาตุดินให้ทำที่ดิน วันพุธ วันพฤหัสบดีธาตุน้ำให้อยู่ที่น้ำ วันศุกร์ธาตุไฟให้ทำที่ป่าช้า วันเสาร์ธาตุลมให้ทำที่พระเจ้านิพพานพระวัสสาแล วันอาทิตย์ให้ทำเมื่อตะวันเที่ยง วันจันทร์ให้ทำเวลาเช้ามืด วันอังคารให้ทำเวลากลางคืน วันพุธให้ทำเวลาตอนนอนหลับ วันพฤหัสบดีให้ทำเวลาเย็น วันศุกร์ให้ทำเวลาไก่ขัน วันเสาร์ให้ทำเวลาวันเที่ยงแล
อุปเทสหัวใจพระกรณี
สิทธิการิยะ อุปเทสหัวใจพระกรณี หรือธาตุพระกรณี
ถ้าจะให้เป็นล่องหน ให้เอาวาโยธาตุถ้าจะให้เป็นจังงังให้เอาปัฐวีธาตุ
ถ้าจะให้เป็นนกยากให้เอาข้าวสารมา แล้วเสกด้วยวาโยธาตุสิบเจ็ดคาบ
ถ้าจะให้เป็นงูเห่าให้เอาปลาช่อนมาหนึ่งตัว แล้วเสกด้วยวาโยธาตุสิบคาบปลุกเสกด้วยปัฐวีธาตุ แล้วใช้ได้ตามใจชอบเทอญ
ถ้าจะทำเป็นต่อ แตน ให้เอาใบมะขามหรือข้าวสารเสกด้วยวาโยธาตุสิบคาบเทอญ
ถ้าจะทำไม่ให้คนเห็นเราทั้งกลางวัน กลางคืน ให้เอาต้นหิ่งหายมาแกะเป็นพระคว่ำสูงหนึ่งข้อมือแล้วลงด้วยหัวใจพระกรณี จึงปลุกด้วยธาตุสี่ จนพระนั้นลุกขึ้นนั่งจึงจะใช้ได้ ให้เอาพระนั้นอมไปเถิดมิเห็นตัวเราเลย
ถ้าจะสะเดาะโซ่ตรวนขื่อคา ให้บ่ายหน้าไปทิศบูรพาเมื่อเที่ยงคืนจุดธูปถวายพระแล้ว ภาวนาด้วยธาตุสี่นี้ร้อยแปดคาบเป็นที่รักแล
ถ้าจะกันไฟมิให้ไหม้มาถึงบ้านเราให้เสกน้ำด้วยธาตุทั้งสี่ แล้วเอาพรหมที่บ้านเราไฟมิไหม้ได้แลถ้าจะไปทางใดให้ภาวนา ปัฐวีธาตุเถิด ไม่มีอันตรายเลย
ถ้าจะให้อำนาจแก่คนทั้งหลาย ให้เอาเขี้ยวเสือมาฝนด้วยน้ำหอม เสกด้วยวาโยธาตุสิบคาบ มีอำนาจมากแล
ถ้าจะเรียกปลาอยู่ในน้ำให้มาหาเรา ให้ภาวนาปัฐวีธาตุ อาโปธาตุสิบห้าคาบมาแล
ถ้าจะเรียกสัตว์ป่าให้มาหาเรา ให้ภาวนาปัฐวีธาตุอาโปธาตุร้อยแปดคาบมาแล
ถ้าจะสำแดงตัวให้เป็นภูเขา ให้ยืนตัวตรงภาวนาปัฐวีธาตุสิบหกคาบเทอญ
ถ้าจะเรียกน้ำให้ขุดหลุมลึกหนึ่งศอก ภาวนาด้วยอาโปธาตุสิบแปดคาบมีน้ำผุดขึ้นมาให้เรากินแลถ้าเราอดน้ำให้ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระฤๅษี พระอินทร์ พระพรหม เทวดา มาช่วยภาวนาคาถาพระกรณีด้วยธาตุสี่ จะสำเร็จความปรารถนาทุกประการแล
ถ้าจะบังเลื่อมให้เอากาฝากไม้ชุมแสง มาแกะเป็นรูปพระคว่ำ แล้วลงด้วยอักขระสี่นั้นแล้วปลุกด้วยธาตุสี่ จะพะนั้นลุกขึ้นนั่งเอาพระนั้นไปเทอญ ไม่มีอันตรายเลย
ถ้าจะบังเลื่อมให้เอาต้นหิ่งหายที่เกิดกองฟอนผีให้เอาวันอังคารวันเสาร์ มาทำเป็นลูกประคำร้อยแปดลูกแก้วลงอักขระตัวละลูกเสกด้วยคาถาพระกรณี นั้น ร้อยแปดคาบจะไปทางไหนให้เอาลูกประคำนั้นใส่หัวคนไม่เห็นเลย

ต่อไปเป็นบทอักขระแล
อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ กะ ขะ คะ ฆะ งะ จัส สะ ชัช ฌะ ญะ รัฐ ถะ ฑะ ฒะ ณะ ตะ ถะ ทะ ธะ นะ ปะ ผะ พะ ภะ พะ มะ ยะ ระ ละ วะ สะ ทะ ฬะ อัง
นะ มะ พะ ทะ นะฯ  บทนี้เป็นธาตุน้ำ ฯ
มะ พะ ทะ นะ มะฯ  บทนี้เป็นธาตุดิน ฯ
พะ ทะ นะ มะ พะฯ  บทนี้เป็นธาตุไฟ ฯ
ทะ นะ มะ พะ ทะฯ  บทนี้เป็นธาตุลม ฯ
จะ พะ กะ สะ              พะ กะ สะ จะ              กะ สะ จะ พะ              สะ จะ พะ กะ
สี่บทนี้ ธาตุไป  ปฏิโลม
จะ สะ กะ พะ              สะ กะ พะ จะ              กะ สะ จะ พะ              สะ จะ พะ กะ
สี่บทนี้ ธาตุมา  ปฏิโลม
นะสหัสสาสีสมาธิยามิ นะจิเจรุนิคัสสันติอาอัสสะโสสูรยังนิพพานัง ฯ บทนี้ขับธาตุแล ฯ
มะ ส หัส สา สีสมาธิยามิ มะจิเจรุนิ จะระติปัฐวีปัสสาโสหัตถะ ยังสีวัง ฯ บทนี้เรียกธาตุแล ฯ
พะสะหัสสาสีสมาธิยามิพะจิเจรุนิ สะทะนะเตโชเอกัชชานัง ปะระมังยัตวา ฯ บทนี้ปลูกธาตุแล ฯ
ทะสหัสสาสีสมาธิยามิ พะจิเจรุนิ สัมพุทธนังวาโยนิพพานัง พันธะปาณะกัง ฯ บทนี้ผูกธาตุแล ฯ
นะ มะ พะ ทะ น้ำคือบิดา รูปักขันโธ ฯ         มะ พะ ทะ นะ ดิน คือมารดาเวทนาขันโธ ฯ
พะ ทะ นะ มะ ไฟ คือ จิต สัญญากขันโธ ฯ     ทะ นะ มะ พะ ลมคือชีวิตสังขารักขันโธ ฯ
จึงตั้งเป็นธาตุสี่ได้แล ฯ
นะ มะ พะ ทะ อนุโลม ฯ          มะ พะ ทะ นะ ปฏิโลม ฯ
พะ ทะ นะ มะ กลืนจักร์ ฯ        ทะ นะ มะ พะ คลายจักร์ ฯ
นะ มะ พะ ทะ ฯ ดินหนุนน้ำมีลมเป็นที่สุด ทำให้เกิดฝนต่างๆ ฯ
มะ ทะ นะ พะ ฯ ลมหนุนดินมีไฟเป็นที่สุด ทำให้เหือดแห้งหายไป ฯ
พะ ทะ นะ มะ ฯ ลมหนุนไฟมีดินเป็นที่สุด ทำให้ฉิบหาย ฯ
ทะ พะ มะ นะ ฯ ไฟหนุนลมมีน้ำเป็นที่สุด ทำให้หาย ฯ
นะ พะ มะ ทะ ฯ ไฟหนุนน้ำมีลมเป็นที่สุดทำให้คงทน ฯ
มะ ทะ พะ นะ ฯ ลมหนุนดินมีน้ำเป็นที่สุด ทำให้แคล้วคลาด ฯ
พะ มะ นะ ทะ ฯ ดินหนุนไฟมีลมเป็นที่สุด ทำให้มาทันใจ ฯ
ทะ พะ มะ นะ ฯ ไฟหนุนลมมีน้ำเป็นที่สุด ทำให้เป็นทันใจ ฯ
พะ นะ ทะ มะ ฯ น้ำหนุนไฟมีดินเป็นที่สุด ทำให้เป็นจังงัง ฯ
ทะ มะ นะ พะ ฯ ดินหนุนลมมีไฟเป็นที่สุด ทำให้เป็นอ่อนหวาน ฯ
มะ นะ ทะ พะ ฯ น้ำหนุนดินมีไฟเป็นที่สุด ทำให้พ้นภัยต่างๆ ฯ
ทะ พะ มะ นะ ฯ ไฟหนุนลมมีน้ำเป็นที่สุด ทำให้กลับไป ฯ
พระคาถาเหล่านี้ถ้าจะทำอย่างใดให้แต่งขันธ์ห้า ขันธ์แปด เสียก่อนจึงจะถูก จึงจะศักดิ์สิทธิ์แล ฯมะ อะ อุ นะ มณีโชติ
อะ อุ นะ มะ ไพฑูรย์
อุ นะ มะ อะ ปัทธรรมราช
นะ มะ อุ อุ วิเชียร
มะ อะ อุ นะ อะ อุ นะ มะ อุ นะ มะ อะ นะ มะ อะ อุ อุ อะ มะ นะ นะ อุ อะ มะ มะ นะ อุ อะ อะ มะ นะ อุ อะ อุ มะ นะ อุ นะ อะ มะ นะ มะ อุ อะ มะ อุ นะ อะ อะ มะ อุ นะ อุ อะ นะ มะ นะ มะ อุ อะ มะ นะ อะ อุ   บทนี้เป็น ด้วยแก้วมณีโชติแก้ไพฑูรย์ แก้วปัทธรรมราช แก้ววิเชียรแล

ต่อไปเป็นธาตุสี่แล ฯ
มะ อะ อุ นะ มะ พะ ทะ นะ อะ อุ นะ มะ พะ ทะ นะ มะ อุ นะ มะ อะ ทะ นะ มะ พะ นะ มะ อะ อุ นะ มะ พะ ทะอัสสาสะปัสสานะนิสสาสะ
นะ มะ อะ อุ นะ อุ มะ อะ ฯ   บทนี้แก้วมณีโชติ ฯ
มะ อะ อุ นะ มะ นะ อะ อุ ฯ     บทนี้แก้วไพฑูรย์ ฯ
อะ อุ นะ มะ อะ มะ อุ นะ ฯ     บทนี้แก้วปัทธรรมราช ฯ
อุ นะ มะ อะ อุ อะ มะ นะ ฯ    บทนี้แก้ววิเชียรแล ฯ
นะ มะ อะ อุ ฯ นามนิ มะ อะ อุ นะ ฯ นามมิ อะ อุ นะ มะ ฯ นามมิ อุ นะ มะ อะ ฯ นามมิ
๑. มะ อะ อุ นะ นะ อุ อะ มะ อะ อุ นะ มะ อะ อุ มะ นะ นามมิ
๒. อะ อุ นะ มะ มะ นะ อุ อะ อุ นะ มะ อะ นะ อุ อะ มะ นามมิ
๓. อะ นะ มะ อะ อะ มะ นะ อุ มะ นะ อุ อะ มะ นะ อุ อะ นามมิ
๔.    นะ   มะ    อะ     อุ      อะ     อุ      นะ    มะ  อะ    มะ    นะ   อุ      อะ    มะ   นะ    อุ     นามมิ
๑. นะ มะ อะ อุ นะ นะ อุ อะ มะ นะ นะ อะ อุ มะ นะ
๒. มะ อะ อุ นะ มะ มะ นะ อุ อะ มะ มะ อุ นะ อะ มะ มะ อุ อะ นะ มะ
๓. อะ อุ นะ มะ อะ อะ มะ นะ อุ อะ อะ นะ มะ อุ อะ อะ นะ อุ มะ อะ
๔.  อะ    อะ  มะ   นะ   อุ     อุ     อะ    มะ   นะ  อุ     อุ     มะ   อะ   นะ  อุ     อุ     มะ   นะ อะ   อุ
มะ พะ ทะ นะ กะ สะ จะ พะ ฯ          นะ มะ พะ ทะ พะ กะ สะ จะ ฯ
พะ ทะ นะ มะ สะ จะ พะ กะ ฯ          ทะ นะ มะ พะ จะ พะ กะ สะ ฯ
นะ โม พุท ธา ยะ กาโรโหติจงมาบังเกิดเป็น นะ โม พุท ธา ยะ นะ โม พุท ธา ยะ (มะ) ปัฐวีกาโรโหติ มะพะทะนะมะ นะโมพุทธายะ ฯ บทนี้เรียกธาตุถ้าจะมาปลูกธาตุใดให้เรียกตามธาตุนั้นเทอญ ถ้าจะปลูกธาตุดิน ให้ขึ้นต้น มะ จะปลูกธาตุน้ำให้ขึ้นต้นด้วย นะ จะปลูกธาตุไฟให้ขึ้น พะ ธาตุลมให้ขึ้น ทะ จะปลูกธาตุใดให้ว่าตามข้างต้นนั้น เทอญ ฯ
นะ มะ อะ อุ                 นะ มะ พะ ทะ                    ทะ พะ มะ นะ                   มะ พะ ทะ นะ
พะ มะ นะ ทะ               นะโมพุทธายยะ ฯ
มะ อะ อุ นะ                 มะ พะ ทะ นะ                     นะ ทะ มะ พะ                  พะ ทะ นะ มะ
ทะ พะ มะ นะ               นะโมพุทธายยะ ฯ
อะ อุ นะ มะ                 พะ ทะ นะ มะ                   มะ นะ ทะ พะ                  ทะ นะ มะ พะ
นะ ทะ พะ มะ              นะโมพุทธายะ ฯ
อุ นะ มะ อะ                 ทะ นะ มะ พะ                   พะ มะ นะ ทะ                  นะ มะ พะ ทะ
มะ นะ ทะ พะ              นะโมพุทธายะ ฯ
นะโมพุทธายะฯ มะปัฐวีจะเทวา จงให้มาสอนข้าพเจ้าตะถาคะมุง ถ้าข้าพเจ้าทำธาตุสิ่งใดๆ ขอให้ได้ดังใจมักนั้นเทอญ ฯ
นะโมพุทธายะพะเตโชจะเทวา จงให้มาสอนข้าพเจ้าตะถาคะมุง ถ้าข้าพเจ้าทำธาตุสิ่งใดๆ ขอให้ได้ดังใจมักนั้นเทอญฯ
นะโมพุทธายะ (ยะ) อากาสะเทวาจงมาสอน ข้าพเจ้าตะถาคะมุง ถ้าข้าพเจ้าทำธาตุสิ่งใดๆ ขอให้ได้ดังใจมกนั้นเทอญ ฯ
นะ มะ อะ อุ                 นะ มะ พะ ทะ จะ สะ กะ พะ              ทะ พะ มะ นะ กะ สะ จะ พะ
มะ พะ ทะ นะ สะ กะ พะ จะ พะ มะ นะ ทะ พะ จะ สะ กะ นะโมพุทธายะ
มะ อะ อุ นะ                 มะ พะ ทะ นะ สะ จะ กะ พะ              นะ ทะ พะ มะ กะ พะ จะ สะ
พะ ทะ นะ มะ สะ จะ พะ กะ ทะ พะ มะ นะ จะ สะ กะ พะ นะโมพุทธายะ
อะ อุ นะ มะ                 พะ ทะ นะ มะ สะ จะ กะ พะ              มะ นะ ทะ พะ กะ พะ จะ สะ
นะ ทะ พะ มะ จะ พะ กะ สะ มะ นะ ทะ พะ พะ จะ สะ กะ นะโมพุทธายะ
อุ นะ มะ อะ                 ทะ นะ มะ พะ จะ พะ กะ สะ              พะ มะ นะ ทะ สะ กะ พะ จะ
นะ มะ พะ ทะ ทะ กะ สะ จะ มะ นะ ทะ พะ กะ พะ จะ สะ นะโมพุทธายะ
มะ มะ อุ นะ                นะ อุ อะ มะ                 อะ อุ นะ มะ     อุ อะ มะ นะ
นะ มะ อะ อุ                 นะโมพุทธายะ ฯ
บทนี้ชื่อว่า แก้วมณีโชติ จะรักษาคน ให้นั่งสมาธิภาวนาสามทีหรือเจ็ดที แล้วเป่า แต่หัวลงไปถึงตีนเทอญ
อะ อุ นะ มะ                 อะ มะ นะ อุ                 นะ มะ อะ อุ     นะ มะ อะ อุ
มะ นะ อุ อะ                 อะ อุ มะ นะ อะ           นะโมพุทธายะ ฯ
บทนี้ชื่อว่าแก้วไพฑูรย์ จะรักษาคน ให้นั่งสมาธิ สวดยี่สิบเอ็ดที เป่าแต่หน้าอกลงไปถึงตีนเทอญ
นะ มะ อะ อุ                 อุ อะ มะ นะ                 มะ อะ อุ นะ     อะ มะ นะ อุ
อุ นะ มะ อะ อุ              นะโมพุทธายะ ฯ
บทนี้ชื่อว่า แก้วปัทธรรมราช จะรักษาคน ให้นั่งสมาธิสวดสี่ทีเป่าแต่สะดือลงไปถึงตีนเทอญ
นะ มะ อะ อุ                 อะ อะ มะ นะ              มะ อะ อุ นะ     อะ มะ นะ อุ
อะ อุ มะ นะ                 นะโมพุทธายยะ ฯ
บทนี้ชื่อว่า แก้ววิเชียร ให้ทำน้ำมนต์ เป่าก็ได้ทุกอย่าง ฯ
มะ อะ อุ นะ นะ อุ อะ มะ อะ อุนะ มะ อุ อะ มะ นะอุ นะ อะ มะมะ พะ ทะ นะ นะ ทะ พะ มะ พะ ทะ นะ มะ ทะ พะ มะ นะนามมิ นะโมพุทธายยะ ฯ
อะ อุ นะ มะ มะ นะ อุ อะ อุ นะ มะ อะ นะ อุ อะ มะนะ มะ อุ อะพะ ทะ นะ มะ มะ นะ ทะ พะ ทะ นะ มะ พะ นะ ทะ พะ มะนามมิ นะโมพุทธายยะ ฯ
อะ อุ นะ มะ อะ มะ นะ อุ นะ มะ อะ อุ มะ นะ อุ อะมะ อะ นะ อุทะ นะ มะ พะ พะ มะ นะ ทะ นะ มะ พะ ทะ มะ นะ ทะ มะนามมิ นะโมพุทธายยะฯ
อาโปกสินังปัฐวีกสินังเตโชกสินังวาโยกสินัง ให้ว่าสามทีแล้วจึงว่าพุทธัง ธรรมมัง สังฆัง สามที แล้วจึงว่ารูปักขันโธ เวทนาปักขันโธ สัญญากขันโธ สังขารักขันโธ สามที ฯ
นะมะอะอุมะอะอุนะ อะอุนะมะอุนะมะอะนะมะพะทะมะพะทะนะพะทะนะมะทะนะมะพะ ฯ
ให้เดินจงกรมยาวเจ็ดวาแต่งขันธ์ครู ขันธ์ห้า ขันธ์แปด ขันธ์สิบ เทียนเล่มบาทสองคู่ หนักสิบบาทสี่คู่ บายศรีหนึ่งคู่ จอกน้ำหอมสองจอกกรวยข้างละแปดคู่แต่งแล้วจึงทำวัตร ไปถึง อิติปิโส สวากขาโต สุปฏิปัญโณ จนจบแล้วจึงว่าต่อพุทธังธรรมมังสังฆังสระนังคัสฉามิ ทุติจนจบจึงว่าบทนี้ต่อไป คุณพระพุทธเจ้ามีห้าสิบหกพระองค์ ชีวิตของข้าพเจ้าบัดนี้ขอถวายแก่พระพุทธเจ้า ตราบต่อเท้าเข้าสู่พระนิพพานขออย่าให้มีมารอันร้ายมาผจญ บังเบียดด้วย เตชะคุณ พระพุทธเจ้าขอให้ข้าพเจ้าได้มาบังเกิดในดวงแก้ว ที่ข้ามักนั้นเทอญ พุทธอยู่หัว ธัมโมอยู่หลัง สังโฆอยู่หน้า ข้าพเจ้าอยู่กลาง พระบางอยู่เกล้า พระเจ้าอยู่หัว แล้วจึงกราบลงว่าพุทธบูชา ธรรมบูชา สามทีเทอญ ฯ
นะ มะ อะ อุ อยู่หัว แก้ว มณีโชติ มะ อะ อุ นะ อยู่อก แก้วไพฑูรย์ อะ อุ นะ มะ อยู่หน้า แก้วปัทธรรมราช อุ นะ มะ อะ อยู่กลังแก้ววิเชียร
สาธุฯ อุกาสะฯ ข้าพเจ้าขออาราธนา อัญเชิญเอา คุณพระพุทธเจ้า ได้มาตั้งอยู่หัวแห่งข้าพเจ้าขอให้มีจิตเลื่อมใสใธรรมของพระพุทธเจ้าก็ข้า เทอญ ฯ
อระหังข้าพเจ้าขอเอาแก้วมณีโชติ เป็นของพระยาจักรเจ้ารักษาไว้ในป่าหิมพานต์ ขอจงเสด็จเข้ามาตั้งอยู่ในหัวแห่งข้าพเจ้าในกาลบัดนี้เทอญ ฯ
อระหังข้าพเจ้า ขออารธนาเอาแก้วไพฑูรย์ อันเป็นของพระยากัณฑยักษ์เจ้ารักษาไว้ในถ้ำคูหา ขอให้มาตั้งอยู่หัวอกแห่งข้าพเจ้าในกาลบัดนี้เทอญ ฯ
อระหังข้าพเจ้าขออาราธนาเอาแก้วปัทธรรมราช สีเขียวอันเป็นดวงกว่าแก้วในชมภู ขอให้เสด็จเข้ามาตั้งอยู่ปากแห่งข้าพเจ้า ตราบต่อเท้าข้าพเจ้าแจ้งในพระนวโลกุตระธรรม เจ้าขอให้มีจิตกว้างขวางในขันธ์ทั้งห้าก็ข้าเทอญ ฯ
อระหังข้าพเจ้าขออาราธนาเอาแก้ววิเชียร อันเป็นดวงประเสริฐที่พระยาดารักษาไว้ชั้นบน ของจงเสด็จมาตั้งอยู่หลังแห่งข้าพเจ้าในกาละบัดนี้เทอญ ฯ
อุกาสะอระหังวัทามิ ข้าพเจ้าขอน้อมดวงจิต ต่อพระไตรสะระณะคมเจ้าทั้งสามประการ ขอจงเสด็จมาเป็นที่พึ่งพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างในเนื้อกาย ขอถวายแก่พระพุทธเจ้า ขอถวายแก่พระธรรมเจ้า ขอถวายแก่พระสังฆเจ้า พร้อมทุกสิ่งทุกอย่างก็ข้าเทอญ
มะ นะ อุ นะ เดิน แก้วมณีโชติ อยู่หัว อะ มะ นะ อะ ไปทางน้ำ แก้วไพฑูรย์ อยู่อกสีเหลือง อุ อะ นะ มะ โปรดสัตว์ แก้ววิเชียร อยู่หลังแสงไฟ นะ อุ มะ อะ อยู่กับที่ แก้วปัทธรรมราช สีเขียว
มะ นะ อะ นะ อุ นะ ฯ
นะ นัง นัง มัง มัง อะ อุ อะ นะ อุ นะ ฯ
นะ มะ อะ มะ อุ อะ อะ มะ มะ นะ นะ ฯ
นะ อะ มะ อะ อุ อัพ ภะ อะ คะ ฯ
นะ มะ อะ มะ อุ มะ อิ อี ฯ
มะ อะ นะ อุ อะ เอ อะ โอ ฯ
อะ นะ มะ อุ ยะ กะ จะ พะ สะ อุ โอ ฯ
มะ มะ นะ กะ นะ จะ อะ ถะ อะ คะ อิ อุ นะ ฯ
บทนี้เชื่อว่าแก้วแปดดวงบุคคลผู้ใดมีบุญวาสนา รู้แล้วใช้ได้พันช่องแลท่านเอย ฯ

พระคาถาดวงแก้ว ต่อ
มะ อะ อุ นะ ฯ บทนี้ภาวนาเสื้อเมืองรักษา ยี่สิบแปดพระองค์แล ฯ
อะ อุ นะ มะ อุ ฯ บทนี้ภาวนาทุกคืน เทวดาอากาศรักษาเราสามสิบแปดพระองค์แล ฯ
อุ อะ มะ นะ ฯ บทนี้ภาวนาทุกวัน เทวดาแสดงตัวให้เห็น สามสิบแปดพระองค์แล ฯ
นะ อะ อุ มะ ฯ บทนี้ภาวนาทุกคืนอารักขาเทวดามาสู่เรา สามสิบพระองค์แล ฯ
พระ คาถาดวงแก้วนี้ ทั้งปวงนี้ให้นั่งสมาธินึกเอาแต่ในดวงแก้ว ทั้งสองบทนี้ถ้าจะปรารถนาอยากให้เป็นสิ่งอันใด ให้นั่งสมาธินึกเอาแต่ในดวงจิตก็จักเป็นดังความปรารถนาทุกประการแล บุคคลผู้ใดมีบุญจึงได้พบแล
กุลบุตรเจ้าทั้งหลายจักปรารถนาเรียนเอา พระคาถานี้ให้รำพึงถึงคุณพระพุทธเจ้า คุณพระอรหันตาโพนสะเม็ก แล้วนั่งสมาธิ อยู่บ้านภาวนาเจ็ดที อยู่ห่อมห้วยภูเขาเก้าที อยู่ป่าสิบห้าที ไปหาท้าวพระยาเดินประเทศแปดที่บริกรรมอย่าขาดปากเทอญ จิตนึกถึงสิ่งใดก็จักได้ดังใจมักแล แก้วสี่ลูกนี้จักเดินให้ขึ้นแต่ “มะ” จักลงน้ำให้ว่าออกแต่ “อะ” จักโปรดสัตว์ให้ว่าหมดนั้นเทอญ จักอดข้าวให้เอาแก้วแปดดวงนี้ พึงแก้เอาตามปริศนาธรรมนั้นเทอญ
ผู้มีปัญญามากให้พิจารณาเอาแก้วมณีโชติอยู่หัว แก้วไพฑูรย์อยู่อก แก้ววิเชียรอยู่หลัง แก้วปัทธรรมราชอยู่ปาก จักทำการสิ่งใดๆ ก็ดีให้เอาจักเกิดโพยภัยพายุใดๆ ก็ดีวุฒิมาก
ถ้าเขาจะจับเราให้เอา แก้วปัทธรรมราช กับแก้วไพฑูรย์เข้าหาตัวเรา แล้วนั่งอยู่คนทั้งหลายไม่เห็นตัวเราเลย จะกันข้าศึกศรัตรูหน้าไม้โมคสินให้เอาคมเพชรสี่ดวงนั้นกำหราบอยู่ สิทธิ์พระเจ้าอย่าได้ขาดปากเทอญ สิ่ง ทั้งปวงนี้ชื่อว่า แก้วแปดดวงแล เว้นไว้แต่อายุขัย อุปเทศจบพระคาถาดวงแก้วเท่านี้แล ฯ
บทนี้ยอดธรรมทั้งปวงแลใช้ได้เหมือนใจ
นะ มะ อะ อุ อุ อะ มะ นะ นะ มะ นะ อะ นะ อุ นะ มะ มะ นะ ฯ
นะ อะ อะ นะ อุ อุ นะ อะ นะ อุ นะ มะ นะ อุ มะ นะ อุ ฯ
อะ นะ นะ มะ มะ นะ นะ อะ อะ นะ นะ อุ อุ นะ อะ อุ มะ ฯ
นะ อุ มะ นะ อุ อะ นะ มะ อุ อะ นะ มะ อะ นะ อะ มะ นะ อุ มะ อุ ฯ
อุ นะ ฯ
บทนี้ยอดธรรมทั้งปวงแลใช้ได้เหมือนใจ ฯ
บทนี้เสกน้ำส้มป่อยเป่าผิวคนไข้ใช้ได้พันช่องแล มะอะอุนะมะนะนะมะมะอะอะมะมะอุอุมะ ฯ
บทนี้ภาวนาหาอันเปรียบมิได้แล   อุนะมะอะอะนะนะอุอุมะมะอุอุอะอะอุ ฯ
บทนี้เสกน้ำต่อกระดูกประสานแผลได้ทุกอย่างแล   มะมะสุปะมะมะ ฯ
บทนี้กันไข้ป่าแล    เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ฯ
บทนี้เสกใบเม้ากินเป็นอาหารแล ปะอิพุทธสังอิ ฯ
บทนี้เสกน้ำกินไม่หิวคุ้มได้หนึ่งวัน
นะ มะ อะ นะ อุ นะ
มะ อะ อุ อะ มะ อะ
สองบทนี้เขาจับเรา บริกรรมอย่าได้ขาดหายตัวหนีได้แล
1 มะ นะ อะ นะ อุ นะ ฯ
2 นะ นะ นัง นัง มัง มัง อะ อุ อะ นะ อุ อะ นะ อะ อุ นะ ฯ
3 นะ มะ อะ อุ อะ อะ มะ มะ นะ นะ ฯ
4 นะ อะ มะ อะ พะ อัง คะ ฯ
5 นะ มะ อะ มะ อุ มะ อิ มะ อี อะ ฯ
6 อะ มะ นะ อะ อุ อะ เอ อะ โอ ฯ
7 อะ นะ มะ อุ ยะ กะ จะ สะ อุ โอ มะ มะ ฯ
8 นะ กะ นะ ขะ อะ งะ อะ ฆะ อี อุ เอ ฯ
บทนี้ชื่อว่าแก้วแปดดวงประเสริฐกว่าชมภูทวีป ใช้ได้ทุกอย่างให้พิจารณาเอาเทอญ
นะ มะ อะ อุ
อะ มะ นะ อุ
สองบทนี้หายตัว
นะ มะ อะ อุ
มะ นะ อุ อะ
สองบทนี้ห้ามมิให้ฝนตก
มะ นะ อุ อะ
มะ อะ อุ อะ นะ อะ
สองบทนี้กันโพยภัยแล
อะ อุ นะ มะมะ นะ มะ มะ นะ อุ อะ ฯ
บริกรรมให้เป็นคนหนุ่ม
อุ อะ มะ นะ นะ มะ อุ นะ ฯ
บริกรรมให้เป็นคนแก่ ฯ
นะ มะ อะ อุ นะ มะ อุ อะ ฯ
บริกรรมให้ตัวเล็ก ฯ
มะ นะ อุ อะ นะ มะ อะ อุ ฯ
บริกรรมให้ตัวใหญ่ ฯ
อุ มะ นะ อะ นะ มะ อะ อุ อะ อุ นะ มะ มะ อุ อะ ฯ
บทนี้บริกรรมไป คนไม่เห็น ฯ
นะ อุ นะ มะ อะ อุ นะ มะ อะ อุ นะ มะ มะ นะ อุ อะ ฯ
บทนี้บริกรรมไป คนไม่เห็น ฯ
นะ มะ อุ อะ นะ มะ อะ อุ ฯ
บทนี้บริกรรมหายตัว ฯ
สุสุละละทาทาโรโรอัสสะโสโสโนโน นะโมพุทธายะนะ มะอะอุอุมะยัดทา พูมโมอุถุระราลาบปะผากะระลา
บทนี้ภาวนาตายไม่เน่าแล ฯ
สัพพะถะปัตตังปุรัง ฯ
บทนี้ภาวนาเห็นโรงผี ฯ
อะชิตังปัตตังปุรัง ฯ
บทนี้ภาวนาเห็นตัวผี ฯ
ธิสัตตะปัตตังปุรัง ฯ
บทนี้ภาวนาเห็นถ่านไฟ แลฯ
สัพพะการังขากาหิงหึงกาโรกาวิธู ฯ
บทนี้ภาวนากลั้นเอาใจฟันกลางลงดินเทอญ ฯ
ต่อไปเป็นบทภาวนาอธิษฐานจิตแล
อุนะมะอะทาตุสันติโสนะสันตินัง โสนะคะชะติรัทธะสัมปัญโณมะพะยะละละละชะมะปะปะปะอุคะวะวะวะ นะวะสันทะปะสะคะนะติอัตตะสัมปะทา อุคะรัตนะอุนะตะตะโยโณโหตุ โกยะทะนะสะระรัตนังอุอุนะนะนะมะอะอะพะวะอะอุนะ ติปัสานะนังปิสัมระโรโหมิ ฯ
ให้ภาวนาทุกคืนก่อนนอนคืนละร้อยแปดจบเทอญ ฯ
ต่อไปเป็นตัวลงแล ฯ
1 นะ มะ อะ อุ ฯ
1 มะ อุ อะ นะ ฯ
2 อุ อะ มะ นะ ฯ
2 อะ มะ อุ นะ ฯ
3 นะ มะ นะ อะ นะ อุ ฯ
3 มะ อะ นะ อะ มะ นะ ฯ
4 นะ มะ มะ นะ นะ อะ อะ นะ นะ อุ อุ นะ ฯ
4 อุ มะ อุ อะ อะ มะ ฯ
1 อะ นะ อุ นะ มะ นะ ฯ
1 นะ อะ มะ อุ ฯ
2 มะ อะ อุ นะ ฯ
2 มะ อะ อุ นะ ฯ
3 อะ มะ นะ อุ อะ นะ ฯ
บทต่อไปเป็นบทตั้งธาตุ หนุนธาตุ
นะเอหิปฐวีพรหมมาธาตุ โมเอหิอาโปอินทราธาตุ พุทเอหิเตโชนารายะธาตุ ฯ ธาเอหิวาโยอิสราธาตุยะเอหิเมตตัยโยธาตุ ฯ ปัญจะพุทธานะมามิหัง ฯ
ให้ได้สามสิบจบเทอญ ฯ
นะอิเพชคงอระหังทุคคะโตภควาติ นะโมพุทธะสังอระหังสุคคะโตภควาติ ฯ
พุทปิอัสวาสุอพรหังสุคคะโตภควาติ ทาโสมะอะอุอระหังสุคคะโตภควาติ ฯ
ยะพะอุอะมะอระหังสุคคะโตภควาติ ฯ
เมื่อตั้งแม่ธาตุใหญ่ทั้งสองบทนี้ได้แล้ว ครบบทละสามสิบจนให้ว่าพระคาถาพระกรณี กำกับไว้ห้าคาบเทอญ แล้วจึงผูกด้วยวัตว์สามจบอีก ฯ
ต่อไปเป็นบทตั้งและบทหนุน
นะโมพุทธายะ มะ พะ ทะ นะ พะ กะ สะ จะ ฯ ให้ได้ 4 คาบ
มะ อะ อุ นะ ฯ ให้ได้ 32 คาบ
นะโมพุทธายะ มะ พะ ทะ นะ พะ กะ สะ จะ ฯ ให้ได้ 4 คาบ
นะ อะ อุ มะ ฯ ให้ได้ 32 คาบ
นะโมพุทธษยะ พะ ทะ นะ มะ กะ สะ จะ พะ ฯ ให้ได้ 4 คาบ นะ มะ อุ อะ ฯ ให้ได้ 32 คาบ
นะโมพุทธายะ ทะ นะ มะ พะ สะ จะ พะ กะ ฯ ให้ได้ 4 คาบ
นะ มะ อะ อุ ฯ ให้ได้ 32 คาบ
ต่อไปเป็นบทหนุนธาตุ อย่างย่อมหาไว
นะ มะ พะ ทะ จะ พะ กะ สะ ฯ
มะ พะ ทะ นะ พะ กะ สะ จะ ฯ
พะ ทะ นะ มะ กะ สะ จะ พะ ฯ
ทะ นะ มะ พะ สะ จะ พะ กะ ฯ
ให้นั่งสมาธิบริกรรมจนเกิดอุคคัหะนิมิตร ร้อยแปดคาบ ฯ
ต่อไปเป็นบทรวมธาตุ
มะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ นะมะมะนะ นะอะอะนะ นะอุอุนะ ฯ
นะโมพุทธายะ มะพะทะนะพะกะสะจะ มะนะนะมะ มะอะอะมะมะอุอุมะ ฯ
นะโมพุทธายะ พะทะนะมะกะสะจะพะ อะนะนะอะ อะมะมะอะอะอุอุอะ ฯ
นะโมพุทธายะ ทะนะมะพะสะจะพะกะ อุนะอุ อุมะมะอุ อุอะอะอุ ฯ
พุทธะสังมิ ปาสุอุชา อะระหังสัมมาสัมพุทธโธ นะโมพุทธายะ นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง อุมิอะมิ มะหิสุตัง สุนะพุทธํง อะนุนะอะ อะสังวิสุโรปุสะภุพะสังวิทปุกะยะปะทิมะสังอังขุ มะอะอุอุอะมะ อิสวาสุ สุสวาอิ นาสังสิโม สังสิโมนา สิโมนาสัง โมนาสังสิ ฯ
ภาวนาตั้งละร้อยแปดจบเทอญ ฯ
วิธีการปฏิบัติทำจิตใจให้เข้าถึงคุณพระ ยกเอาพระคุณเป็นที่พึ่ง
ก่อนที่ท่านจะออกจากบ้านไปไหนมาไหนก็ดี เมื่อท่านเอาพระนี้ติดตัวไปด้วย หรือมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นก็ดี ให้ตั้งจิตเป็นสมาธิกำหนดลมหายใจเข้าว่า พุท หายใจออกว่า โธ ให้กระแสจิตนิ่งไปจดจ่ออยู่ที่องค์พระ ระลึกถึงออกชื่อทำความปรารถนาตามคำดีคำชอบ แล้วจึงบริกรรมพระคาถานี้ "มะอะอุนะ อะอุนะมะอุ อุอะมะนะ นะอะอุมะ" 3 หรือ 7 จบ แล้วจึงออกเดินทาง หลวงพ่อรับรองว่าบุคคลนั้นจะไม่ไปเสียชีวิตข้างหน้า จะต้องกลับมาเสียชีวิตบ้านเดิม แม้จะเกิดณรงค์สงครามก็แล้วแต่
อวสานบท
หากท่านผู้ใดไม่มีความเชื่อถือ ไม่ควรนำไปใช้ ผู้ที่นำไปทดลองทำเป็นเล่น โดยปราศจากความเคารพในรูปพระพุทธเจ้า ที่พระอาจารย์และพระอาจารย์ได้บรรลุแล้ว เป็นบาปกรรมอย่างหนักเทพยดาและแรงครู จะบันดาลให้เกิดโทษนานาชนิด เสื่อมลาภ เสื่อมยศ หมดที่พึ่ง
จบการตั้งธาตุ